|
The Prince Of Han Dynasty ฮ่องเต้ราชวงศ์ฮั่นกับหมอดูเทวดา (วีรบุรุษเจ้าบัลลังก์) 
รายชื่อนักแสดงเรื่อง The Prince Of Han Dynasty ฮ่องเต้ราชวงศ์ฮั่นกับหมอดูเทวดา(วีรบุรุษเจ้าบัลลังก์) เฉาหยิ่ง ซุนเหย้าเวย ซ่งเหยียน หลินซินหยู เคอโซ่วเหลียง ฟู่หงจิน เสินเป่าผิง อู๋ตงฟาง จงเว่ยหัว เกาจื่อฟาง หลูจิ้น หวังซินเฟิน หลี่เจิ้นฟง สีหมิง เฉินชิง หวังชิน เจียวเหลียง เฉินกัง อี้เสี่ยวหลง หลี่จู จี๋เสียง หวังปาน กงฟางหมิ่น ต่งเสียน หวังหลิง เกาเจียฝู เจี่ยหมิงหลิง จงฮั่นหาว หวังเฮ่อ ต่งไต้หยวน อี้หง จิ้นซง หลิวซี่ เกาลี่หลิง เหยาเจี้ยนหมิง เจียงปิงปิง ซ่างอู๋หู่ หลิ่วจี้ หานจงหลิน หลิวอี้ หวังเจียงหัว หยางอี้
เรื่องย่อ The Prince Of Han Dynasty ฮ่องเต้ราชวงศ์ฮั่นกับหมอดูเทวดา(วีรบุรุษเจ้าบัลลังก์) ค่ำคืนที่หนาวเหน็บและลี้ลับ อากาศที่หนาวเหน็บได้ก่อตัวเป็นบรรยากาศที่ลี้ลับ ณ วังหลวง ฮั่นอู่ตี้หวังเช่อ ทรงทอดพระเนตรแผนที่แผ่นดินต้าฮั่นที่ทำขึ้นใหม่ด้วยความปิติปรีดา นับตั้งแต่ฮั่นอู่ตี้เถลิงราชย์ อาณาเขตตั้งแต่เหนือจรดใต้มีความเจริญรุ่งเรือง อาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล แผ่นดินเจริญรุ่งเรืองดุจดั่งดวงอาทิตย์โชติช่วง เมื่อเทียบอดีตกาล ความเจริญทางด้านวัฒนธรรม การศึกสงคราม แม้แต่จิ๋นซีฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ฉินก็ยากนักที่จะเทียบได้ ในช่วงบั้นปลายของฮั่นอู่ตี้ ฮั่นอู่ตี้ทรงจมอยู่กับอดีต ความเหงา ความเดียวดายที่ฝังลึกอยู่ในพระทัยของฮั่นอู่ตี้นั้นยากนักที่ขจัดออกไปได้ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจะทำให้มีชีวิตยืนยาวได้อย่างไร ราชวงศ์ฮั่นจะปกครองบ้านเมืองไปได้นานเท่านานได้เช่นนั้นหรือ ทั้งหมดคือความกังขาของฮั่นอู่ตี้ ทันในดั้นเองภายนอกก็มีแสงประหลาดเกิดขึ้นมา เพียงชั่วพริบตาก็มีนักฆ่าบุกเข้ามา แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ฮั่นอู่ตี้ทรงไม่ทันได้ทอดพระเนตรอย่างชัดเจน กระบี่ก็จ่อที่พระศอของฮั่นอู่ตี้แล้ว ฮั่นอู่ตี้ทรงตกพระทัยจนพระวรกายเต็มไปด้วยเหงื่อ แม้ว่าเป็นเพียงความฝันก็ตาม แต่ก็สร้างความประหวั่นพรั่นพรึงให้ฮั่นอู่ตี้ไม่น้อยเลยทีเดียว ในเวลาเดียวกัน คำกล่าวของพ่อมดได้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ฮั่นอู่ตี้ทรงหวาดระแวงว่าในวังหลวงมีคนใช้ไสยศาสตร์ปองร้ายพระองค์ เมื่อเป็นเช่นนี้ฮั่นอู่ตี้จึงทรงมีพระบัญชาให้ เจียงชง สืบหาความจริงเรื่องนี้ ฮั่นอู่ตี้ทรงหารู้ไม่ว่าที่แท้ เจียงชง,ขุนนางชั่วจางกั้น และ ขันทีซูเหวิน คนเหล่านี้ต่างเป็นพวกเดียวกัน ทุกคนล้วนแล้วแต่มีบารมีและเจ้าเล่ห์เพทุบายด้วยกันทั้งนั้น คนเหล่านี้มีจุดประสงค์เดียวกันคือปองร้ายองค์รัชทายาท โดยทูลฮั่นอู่ตี้ว่าขุดพบตุ๊กตาไม้ที่ใต้พระตำหนักที่ประทับขององค์รัชทายาท ฮั่นอู่ตี้ทรงกริ้วมากจึงทรงเอาผิดองค์รัชทายาททั้งครอบครัว องค์รัชทายาททรงทนรับไม่ได้จึงปลงพระชนม์ชีพพระองค์เอง องค์ชายน้อยสามพระองค์,พระธิดาหนึ่งพระองค์ และพระชายาขององค์รัชทายาทต้องโทษประหารชีวิต ปิ่งเส้าชิงเจ้ากรมวัง รู้เรื่องที่องค์รัชทายาทและครอบครัวถูกใส่ร้าย เพื่อรักษาเลือดเนื้อเชื้อไขขององค์รัชทายาทไว้ ดังนั้นจึงให้ความช่วยเหลือ เวิงซี พระชายาพระโอรสพระองค์ใหญ่ขององค์รัชทายาทซึ่งกำลังตั้งครรภ์ไว้ ต่อมาเวิงซีก็ให้กำเนิดองค์ชายน้อยโดยขนานพระนามว่า หลิวซิ่น หลังจากที่เวิงซีให้กำเนิดหลิวซิ่นแล้ว นางก็สติฟั่นเฟือนหลบหนีไป หลังจากที่ปิ่งเส้าชิงได้รับรายงานแล้วก็สั่งทหารตามหาเวิงซี แต่น่าเสียดายที่ไม่มีเบาะแสาของเวิงซีเลย ปิ่งเส้าชิงสงสารหลิวซิ่นองค์ชายน้อยที่ต้องสูญเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่ยังเยาว์ ดังนั้นจึงตัดสินใจให้นักโทษหญิงสองนางได้แก่ กัวเจิงชิง และ หูเจี่ย เป็นแม่นมดูแลองค์ชายน้อยเพื่อปกปิดฐานะองค์ชายน้อยไว้จึงเปลี่ยนชื่อองค์ชายน้อยเป็น หลิวปิ้งจี่ องค์ชายน้อยผู้น่าสงสารเพิ่งประสูติได้ไม่กี่เดือนก็ต้องถูกเลี้ยงดูในเรือนจำ กลายเป็นสิ่งที่กล่าวขานชั่วชีวิตขององค์ชายน้อยเลยทีเดียว หูเจี่ย กัวเจิงชิง และ หลิวปิ้งจี่ ใช้ชีวิตแสนลำเค็ญในเรือนจำ สุดแล้วแต่ชะตากรรมจะกำหนด ความสัมพันธ์ของทั้งสามแนบแน่น หูเจี่ยและกัวเจิงชิงไม่อยากเปิดเผยชาติกำเนิดให้หลิวปิ้งจี่ล่วงรู้ ด้วยเกรงว่าจะทำให้เกิดการแก่งแย่งช่วงชิงราชบัลลังก์ ทำให้หลิวปิ้งจี่คิดว่าตนเป็นเด็กกำพร้ามาโดยตลอด หลิวปิ้งจี่ให้ความเคารพแม่นมทั้งสองเสมือนแม่บังเกิดเกล้า เมื่อหูเจี่ยและกัวเจิงชิงพ้นโทษออกจากเรือนจำ หลิวปิ้งจี่ก็กอดขาพวกนางไว้ไม่ยอมปล่อย ทั้งสามกอดกันร้องไห้ด้วยความอาลัยอาวรณ์ ขณะที่หูเจี่ยและกัวเจิงชิงกำลังจะจากไปนั่นเอง หลิวปิ้งจี่ก็ตะโกนร้องออกมาว่าเหตุใดสวรรค์จึงต้องให้พวกนางจากตนไป หูเจี่ยและกัวเจิงชิงได้ยินเช่นนั้นราวกับถูกมนต์สะกดเอาไว้ ถึงกับก้าวขาไม่ออกเลยทีเดียว ปิ่งเส้าชิงได้รับรายงานจากทหารจึงขอร้อง หูเจี่ยและกัวเจิงชิงอยู่ดูแลหลิวปิ้งจี่ต่อไป หูเจี่ยและกัวเจิงชิงตอบตกลงที่จะดูแลหลิวปิ้งจี่ต่อไป หลายปีต่อมา หลิวปิ้งจี่เติบโตเป็นหนุ่ม ภายในเมืองหลวง มีข่าวแพร่สะพัดออกมาว่าเลือดเนื้อเชื้อไของค์รัชทายาทยังมีชีวิตอยู่ ปิ่งเส้าชิงปรึกษาหารือกับ แม่ทัพฮั่วกวาง เพื่อไม่ให้เรื่องราวบานปลายไปมากกว่านี้ ดังนั้นจึงตัดสินใจส่งหลิวปิ้งอี้,หูเจี่ยและกัวเจิงชิงไปจากเมืองหลวง ขณะเดินทางนั้น หลิวปิ้งจี่ได้รู้จักกับ ฮั่วสุ่ยเซียน ซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน แม้ว่าหลิวปิ้งจี่และฮั่วสุ่ยเซียนยังเยาว์ แต่ทั้งสองกลับมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน หูเจี่ยและกัวเจิงชิงพาหลิวปิ้งจี่เดินทางมาถึงเมืองตู้เฉิงซึ่งห่างจากเมืองหลวงมาก ทั้ง 3 ไม่มีญาติพี่น้อง ดังนั้นจึงสร้างครอบครัวปักหลักที่เมืองนี้ ด้วยสภาพแวดล้อมทำให้หลิวปิ้งจี่กลายเป็นพวกหลอกลวงต้มตุ๋น มุขที่หลิวปิ้งจี่ใช้เป็นประจำคือสมอ้างว่าตนเป็นเชื้อพระวงศ์ ซึ่งใช้ได้เป็นอย่างดี หลายครั้งที่ถูกจับได้ว่าโกหก จนต้องถูกซ้อมจนสะบักสะบอม นายอำเภอถึงกับจนปัญญาเมื่อต้องเผชิญกับนักหลอกลวงต้มตุ๋นดั่งเช่นหลิวปิ้งจี่ซึ่งเข้าออกกินนอนในห้อง ขังราวกับเป็นบ้านของตนเอง คนทั่วไปเห็นห้องขังถึงกับขาอ่อน แต่หลิวปิ้งจี่กลับไม่ใช่ เนื่องจากหลิวปิ้งจี่เติบโตในห้องขัง ดังนั้นจึงเห็นห้องขังราวกับเป็นบ้านของตนเอง หลิวปิ้งจี่มีความสุขเมื่ออยู่ในห้องขัง เครื่องมือลงโทษในห้องขังเปรียบเสมือนของเล่นของหลิวปิ้งจี่ ดังนั้นไม่ว่าจะโทษสถานใดก็ตาม สำหรับหลิวปิ้งจี่แล้วเหมือนกับการเล่นเมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็ก สีกว่างฮั่น ถูกย้ายมาเป็นหัวหน้าเรือนจำ สีกว่างฮั่นมีลูกสาวคนหนึ่งชื่อว่า สี่ผิงจิน สี่ผิงจินเป็นหญิงสาวที่เฉลียวฉลาด ซุกซน เป็นไม้เบื่อไม้เมากับหลิวปิ้งจี่ เมื่อหลิวปิ้งจี่และสี่ผิงจินพบหน้ากัน ถ้าไม่ต่อยตีกันก็ด่าทอกัน แต่ถึงกระนั้นก็ตามทั้งสองก็มีความสุขกันตามประสาหนุ่มสาว นักบวชอินเดียรูปหนึ่งเดินทางรอนแรมมาจนถึงแผ่นดินจีน นักบวชรูปนี้มีชื่อแปลกว่า จิวม๋อคง จิวม๋อคงสร้างวัดหลังแรกในแผ่นดินจีนโดยให้ชื่อว่า อารามอูหลง จากนั้นจิวม๋อจื้อก็รับศิษย์ไว้สองคน ได้แก่ ซื่อต้าหนิว และ ซื่อเสี่ยวหลง ในเวลานั้นแผ่นดินจีนยังไม่ให้การยอมรับพุทธศาสนา ไม่รู้ด้วยว่านักบวชคืออะไร เมื่อเห็นนักบวชโกนศีรษะ นักบวชก็จะถูกมองว่าเสียสติ ซื่อต้าหนิวถูกหลิวปิ้งจี่กลั่นแกล้งอยู่เป็นประจำ ดังนั้นจึงมีความรู้สึกที่ไม่สู้ดีนักต่อหลิวปิ้งจี่ ส่วนซื่อเสี่ยวหลงนั้นเข้ากับหลิวปิ้งจี่ได้เป็นอย่างดี ความรู้สึกที่หลิวปิ้งจี่มีต่อซื่อเสี่ยวหลงนั้นเป็นความรู้สึกเหมือนพี่น้องกันเท่านั้น เวิงซีต้องทนทุกข์ทรมาณแสนสาหัส เนื่องจากนางต้องการล้างแค้นให้สามีของนาง ด้วยเหตุนี้นางจึงตัดสินใจฝึกวิชามาร ทำให้อุปนิสัยของนางเปลี่ยนแปลงไป อาจเป็นเพราะสวรรค์ลิขิต ในที่สุดเวิงซีก็ได้พบกับหลิวปิ้งจี่ลูกชายของนาง หลิวปิ้งจี่เกือบต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของเวิงซี แต่ด้วยแม่ลูกใจสื่อถึงกัน ทำให้หลิวปิ้งจี่รอดพ้นจากความตายไปได้ ในเวลานี้ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันคือ ฮั่นจ้าวตี้ พระโอรสพระองค์เล็กของ ฮั่นอู่ตี้ ฮั่นจ้าวตี้เถลิงราชย์เมื่อพระชนมายุแปดชันษา พระชนมายุได้สิบเอ็ดชันษาก็เข้าพิธีราชาภิเษกกับ ซ่างกวานฟ่ง ซึ่งมีอายุเพียงห้าขวบเท่านั้น ฮั่นจ้าวตี้ทรงมีพระวรกายอ่อนแอตั้งแต่ยังพระเยาว์ ต้องอยู่ในการดูแลของหมอหลวง ทำให้ฮองเฮาซึ่งเข้าวังหลวงมาแล้วสิบสองปี ยังไม่มีทายาทสักคน แม่ทัพฮั่วกวางนั้นเป็นขุนนางที่ฮั่นอู่ตี้ทรงไว้วางพระทัยมากที่สุด ก่อนที่ฮั่นอู่ตี้สวรรคต ฮั่นอู่ตี้ทรงมีรับสั่งให้ฮั่นกวางดูแลราชสำนักให้ดี ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ฮั่วกวางมีอำนาจล้นฟ้าในราชสำนัก ฮั่วสุ่ยเซียน บุตรีของฮั่วกางเป็นหญิงสาวที่มีรูปโฉมงดงาม เฉลียวฉลาดซุกซน แม้ว่ามีฐานะเป็นถึงบุตรีขุนนางใหญ่ที่มีอำนาจล้นฟ้าในราชสำนักก็ตาม แต่กลับไม่ได้ยึดติดกับอำนาจนั้นแต่อย่างใด ฮั่วสุ่ยเซียนชอบแต่งกายเป็นชายออกไปท่องยุทธภพ ก่อเรื่องก่อราวขึ้นมากมาย สร้างความปวดหัวให้ฮั่วกวางและ เซียวเหมยจื่อ ฮูหยิน ยิ่งนัก แต่ครั้งนี้ฮั่วสุ่ยเซียนออกเดินทางตามหาผู้วิเศษมาถวายการรักษาพระประชวรของฮั่นจ้าวตี้ กระทั่งเดินทางมาถึงเมืองตู้เฉิง ฮั่วสุ่ยเซียนได้พบกับจิวม๋อคง ด้วยความที่ฮั่วสุ่ยเซียนต้องการพาจิวม๋อคงไปเมืองหลวงเพื่อถวายการรักษาฮั่นจ้าวตี้ นางจึงตัดสินใจฝากตัวเป็นศิษย์จิวม๋อคง หลิวปิ้งจี่มักถูก ซูเฉิง อันธพาลรังแกอยู่เป็นประจำ ดังนั้นจึงคิดจะฝึกวรยุทธ แต่ก็ยังไม่พบเจออาจารย์เสียที ต่อมา หลิวปิ้งจี่พบว่าจิวม๋อคงมีวรยุทธที่ลึกล้ำ ดังนั้นจึงคิดฝากตัวเป็นศิษย์จิวม๋อคง หลิวปิ้งจี่เดินทางมาถึงอารามอูหลง จากนั้นหลิวปิ้งจี่ก็เข้าช่วยเหลืองานที่อารามอูหลงด้วยความเต็มใจ แต่กลับถูกฮั่วสุ่ยเซียนเย้ยหยัน ทั้งหลิวปิ้งจี่และฮั่วสุ่ยเซียนมีเรื่องกันไม่หยุดหย่อนไม่เว้นแต่ละวัน พลัดกันแพ้พลัดกันชนะ แต่ต่างฝ่ายต่างก็นิยมชมชอบนิสัยกันและกัน เนื่องจากจิวม๋อคงเห็นว่าหลิวปิ้งจี่มีพฤติกรรมที่ไม่สู้ดีนัก ดังนั้นจึงปฏิเสธไม่รับหลิวปิ้งจี่เป็นศิษย์ สร้างความผิดหวังให้หลิวปิ้งจี่ยิ่งนัก หลิวปิ้งจี่ซึ่งเอ้อระเหยลอยชายไปวัน ๆ นั้นเริ่มที่จะคิดถึงอนาคตของตนขึ้นมาแล้ว แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะเริ่มต้นจากที่ใด ฮั่วสุ่ยเซียนแนะนำหลิวปิ้งจี่ให้ไปสร้างเนื้อสร้างตัวที่เมืองหลวง หลิวปิ้งจี่ซาบซึ้งใจที่ฮั่วสุ่ยเซียนสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้ตน หลิวปิ้งจี่เข้ารับราชการ แต่ก็เป็นเพียงตำแหน่งต่ำต้อย โดยมีหน้าที่ดูแลฟืนไฟเท่านั้น หลิวปิ้งจี่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง แต่สภาพจิตใจกลับไม่ดีนัก เนื่องจากงานที่ทำนั้นเป็นงานที่ไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถแต่อย่างใด ทำให้หลิวปิ้งจี่เกิดความเบื่อหน่าย หลิวปิ้งจี่มีความทะเยอทะยานที่จะเป็นขุนนางใหญ่ ไม่อยากใช้ชีวิตจมปรักดั่งเช่นทุกวันนี้ ความซุกซนของหลิวปิ้งจี่ได้สร้างความโกลาหลให้วังหลวงไม่หยุดหย่อน หลิวปิ้งจี่ชอบกลั่นแกล้งขันทีจนร้องไม่ออกไปตามกัน แต่ก็มีคนไม่น้อยที่ชอบพอไปมาหาสู่กับหลิวปิ้งจี่ ไม่นานนักหลิวปิ้งจี่ก็มีอิทธิพลในวังหลวงอยู่บ้าง หลิวปิ้งจี่ได้มีโอกาสพบกับ ซ่างกวานฟ่งเอ๋อฮองเฮา โดยบังเอิญ ทั้งหลิวปิ้งจี่และฮองเฮาต่างมีความรู้สึกที่ดีต่อกันอย่างบอกไม่ถูก ฮั่นจ้าวตี้ทรงประชวรหนักและสวรรคตในที่สุด เนื่องจากไม่มีทายาทสืบราชบัลลังก์ ทำให้ราชบัลลังก์ว่างลง เชื้อพระวงศ์ต่างพากันแย่งชิงราชบัลลังก์ ฮั่วกวางและบรรดาขุนนางใหญ่ต่างปรึกษาหารือกันโดยตกลงกันว่าจะสถาปนา ชางปาอ๋องหลิวเฮ่อ เป็นฮ่องเต้ แต่หลิวเฮ่อเป็นคนที่ไม่ฝักใฝ่เรียนรู้ หลงใหลในอิสตรี เมื่อหลิวเฮ่อเข้าวังหลวง ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงกว่าเดิม ฮ่องเต้องค์ใหม่ทรงโปรดเสด็จไปมาในวังหลวง ทำให้มีโอกาสได้พบกับหลิวปิ้งจี่ เนื่องจากเกิดความเข้าใจผิดกัน ทำให้ฮ่องเต้ทรงไม่พอพระทัยหลิวปิ้งจี่ยิ่งนัก หลิวปิ้งจี่เองก็ไม่พอใจฮ่องเต้เช่นเดียวกัน อีกด้านหนึ่งนั้น เวิงซีซึ่งมีใจล้างแค้นได้ลอบเข้าวังหลวงปลิดชีวิตมหาขันทีซูเหวิน ศัตรูสำคัญ แต่เนื่องจากวรยุทธเป็นรองซูเหวิน เวิงซีจึงถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส โชคดีที่หลิวปิ้งจี่ผ่านมาพบเห็นเข้าจึงให้ที่ซ่อนแก่เวิงซีเพื่อใช้รักษาตัว จิตใจที่ดีงามของหลิวปิ้งจี่ได้ขัดเกลาจิตใจของเวิงซี ความรู้สึกที่ดีต่อกันจึงกลายเป็นมิตรภาพต่างวัยขึ้นมา ฮ่องเต้ทรงไม่พอพระทัย จือหมากวาน หลิวปิ้งจี่ก็เล่นงานฮ่องเต้ไม่หยุด ทำให้ชื่อเสียงของหลิวปิ้งจี่กระฉ่อนไปทั่ววังหลวง ฮ่องเต้ทรงสุดที่จะทนหลิวปิ้งจี่ต่อไปได้ พระองค์จึงทรงมีรับสั่งให้ขุนนางเอาผิดหลิวปิ้งจี่ ทำให้หลิวปิ้งจี่ไม่เพียงถูกปลดจากขุนนาง ทั้งยังกลายเป็นนักโทษอาญาแผ่นดินอีกด้วย หลิวปิ้งจี่ต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุน ซื่อต้าหนิว ให้ความช่วยเหลือหลิวปิ้งจี่ ด้วยบารมี แม้แต่ฮั่วสุ่ยเซียน และ สี่ผิงจิน ก็ยังให้ความช่วเหยลือหลิวปิ้งจี่ ด้วยสาเหตุมาจากหลิวปิ้งจี่ ทำให้ฮั่วสุ่ยเซียนและสี่ผิงจินต่างแย่งชิงกันทั้งในที่ลับและที่แจ้ง เนื่องจากจิวม๋อคงเห็นว่าหลิวปิ้งจี่ไม่ยึดติดในยศถาบรรดาศักดิ์แต่อย่างใด ทำให้จิวม๋อคงเปลี่ยนทัศนคติใหม่ต่อหลิวปิ้งจี่ ในที่สุดจิวม๋อคงก็รับหลิวปิ้งจี่เป็นศิษย์ ถ่ายทอดสุดยอดวิชาให้หลิวปิ้งจี่ ฮ่องเต้หลิวเฮ่อทรงคำนึงถึงแต่ความสำราญ ซ่างกวานฟ่งเอ๋อซึ่งมีอายุเพียงสิบเจ็ดปีก็มีฐานะเป็นถึงไทเฮาแล้ว ฮ่องเต้ทรงหลงใหลอิสตรี หลายต่อหลายครั้งที่พยายามเกี้ยวพาราสีซ่างกวานฟ่งเอ๋อ ทำให้นางแค้นเคืองเป็นอันมาก ซ่างกวานฟ่งเอ๋อสุดที่จะทนต่อไปได้จึงตัดสินใจหลบหนีออกจากวังหลวงกลายเป็นไทเฮาตกยากไปในที่สุด ซ่างกวานฟ่งเอ๋อไม่ประสาต่อเรื่องราวใด ๆ ดังนั้นจึงถูกหูเจี่ย และ กัวเจิงชิง หลอกลวงโดยพานางไปที่บ้าน เพื่อขายนางเป็นหญิงนางโลม ซ่างกวานฟ่งเอ๋อไม่รู้ว่าหญิงนางโลมคืออะไร ดังนั้นจึงรับปากทำงานเป็นหญิงนางโลม โชคดีที่หลิวปิ้งจี่ผ่านมาพบเห็นเข้าจึงช่วยซ่างกวานฟ่งเอ๋อเอาไว้ โดยพานางไปพักที่อารามอูหลง ซ่างกวานฟ่งเอ๋อและหลิวปิ้งจี่ต่างมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน แต่เนื่องจากหลิวปิ้งจี่ตระหนักดีว่า ซ่างกวานฟ่งเอ๋อมีฐานะสูงศักดิ์เป็นถึงไทเฮา ทำให้หลิวปิ้งจี่ไม่กล้าตีเสมอ ที่สำคัญไม่อยากเปิดเผยฐานะที่แท้จริงของนางออกมาด้วย ด้วยเกรงว่าจะเป็นภัยในภายภาคหน้า ฮั่วสุ่ยเสียนและสี่ผิงจินต่างเกิดความหึงหวงขึ้นมาเมื่อเห็นหลิวปิ้งจี่ดีต่อซ่างกวานฟ่งเอ๋อ ทั้งสองต่างมองซ่างกวานฟ่งเอ๋อเป็นคู่แข่งอีกคนหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมา ฮั่วกวางหวั่นวิตกมากเมื่อพบว่าไทเฮาทรงหายไป ขุนนางและเชื้อพระวงศ์ก็เช่นเดียวกัน หลิวปิ้งจี่ต้องการล้างแค้นให้ตนเองและซ่างกวานฟ่งเอ๋อ ดังนั้นจึงชวนซื่อต้าหนิว,ฮั่วสุ่ยเซียน,สี่ผิงจิน และพวกลอบเข้าวังหลวง ในเวลาเดียวกัน ฮั่วกวาง,เถียนเหยียนเหนียน,จางอันซื่อและปิ่งเส้าชิง กำลังตระเตรียมการถอดถอนฮ่องเต้ ฮ่องเต้ทรงอาศัยแรงสนับสนุนจากเชื้อพระวงศ์ต่อต้านฮั่นกวาง ซ่างกวานฟ่งเอ๋อปรากฎตัวในฐานะ ไทเฮา เปิดโปงพฤติกรรมอันเลวทรามของฮ่องเต้ออกมา ในที่สุดฮ่องเต้ก็ทรงถูกถอดถอน โดยครองราชย์เพียงยี่สิบเจ็ดวันเท่านั้น ฮั่วกวางและบรรดาขุนนางใหญ่โต้เถียงกับเชื้อพระวงศ์ด้วยปัญหาการคัดเลือกฮ่องเต้ ในที่สุดก็มีคนนึกถึงเลือดเนื้อเชื้อไขขององค์รัชทายาทขึ้นมา เนื่องจากเป็นคนเดียวที่มีคุณสมบัติเป็นฮ่องเต้ แต่น่าเสียดายไม่มีใครรู้ว่าเวลานี้เลือดเนื้อเชื้อไขขององค์รัชทายาทอยู่ที่ใด หูเจี่ยและกัวเจิงชิงเป็นพยานยืนยันว่าหลิวปิ้งจี่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขขององค์รัชทายาท มีศักดิ์เป็นพระราชนัดดาของฮั่นอู่ตี้ ทุกคนพากันตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น แม้แต่หลิวปิ้งจี่เองก็ไม่คิดว่าเป็นไปได้ถึงกับเป็นลมหมดสติไปเลยทีเดียว มหาขันทีซูเหวิน คัดค้านเสียงแข็งว่าจะให้หญิงชาวบ้านสองคนตัดสินชะตาบ้านเมืองได้อย่างไร ดังนั้นจึงคัดค้านไม่ให้หลิวปิ้งจี่ขึ้นครองราชย์ ขณะที่ฮั่วกวางและบรรดาขุนนางใหญ่ไม่รู้จะทำอย่างไรนั่นเอง ทันใดนั้นเองก็มีคนคนหนึ่งปรากฏตัวออกมา โดยยืนยันเสียงแข็งว่าหลิวปิ้งจี่เป็นพระราชนัดดาฮั่นอู่ตี้อย่างแน่นอน ทางด้านเวิงซีฝึกวิชามาร ทำให้รูปโฉมของนางงมงามราวกับสาวรุ่น แต่เพื่อหลิวปิ้งจี่ลูกชายของนางแล้ว เวิงซีตัดสินใจทำลายวรยุทธ ทำให้รูปโฉมของนางกลับกลายเป็นหญิงสูงวัย เวิงซียินดีพลีชีพเพื่อให้หลิวปิ้งจี่ขึ้นครองราชย์ มหาขันทีซูเหวินแค้นเคืองมากเมื่อแผนการของตนล้มเหลว ดังนั้นจึงชิงตัวหลิวปิ้งจี่ออกจากวังหลวง ฮั่วสุ่ยเซียน,สี่ผิงจินและเวิงซี แม่ของหลิวปิ้งจี่ต่างพากันให้ความช่วยเหลือหลิวปิ้งจี่จนสุดความสามารถ แม้ว่าสามารถกำจัดมหาขันทีซูเหวินได้ก็ตาม แต่ฮั่วสุ่ยเซียนกลับถูกซัดตกหน้าผา เวิงซีได้รับบาดเจ็บสาหัสจนถึงแก่ความตายในที่สุด ในที่สุดหลิวปิ้งจี่ก็เถลิงราชย์เป็นฮ่องเต้ปกครองแผ่นดินต้าฮั่น เนื่องจากพระมารดาสวรรคต หญิงคนรักก็หายสาบสูญไป ทำให้ฮ่องเต้ทรงอ้างว้างเดียวดายยิ่งนัก ฮ่องเต้ทรงอ้างว้างเดียวดาย จนทำให้พระองค์ทรงท้อแท้หมดอาลัยตายอยาก ไม่อยากเป็นฮ่องเต้อีกต่อไป ฮ่องเต้ทรงทำทุกอย่างเพื่อให้คนรอบข้างรังเกียจพระองค์ เพื่อให้พระองค์ได้กลับสู่ชีวิตสามัญชนดังเดิม แม้ว่าฮั่วกวางทูลแนะนำฮ่องเต้ให้ทรงเข้มแข็ง แต่พระองค์กลับไม่ใส่พระทัย หลิวซี่ พระโอรสของฮั่นอู่ตี้ ต้องการช่วงชิงราชบัลลังก์จากหลิวปิ้งจี่ วันหนึ่งหลิวซี่ได้รู้จักกับ หานเหยียนฝ่า ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับหลิวปิ้งจี่เป็นอันมาก หลิวซี่ราวกับไก่ได้พลอยโดยให้หานเหยียนฝ่าเรียนรู้และฝึกฝนท่าทางอากัปกิริยาของหลิวปิ้งจี่ เมื่อสบโอกาสก็ปลิดชีวิตหลิวปิ้งจี่ ทำลายรูปโฉมหน้าตา จากนั้นก็ให้หานเหยียนฝ่าสวมรอยเป็นฮ่องเต้ โดยที่ตนจะชักใยบงการอยู่เบื้องหลัง เนื่องจากหานเหยียนฝ่ามีวิชาอาคมติดตัว ดังนั้นจึงใช้วิชาที่ร่ำเรียนมาสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านไปทั่ว หลิวปิ้งจี่ถูกปองร้าย เหลือเพียงลมหายใจเพียงแผ่วเบา ขอทานช่วยชีวิตหลิวปิ้งจี่ไว้ หลิวปิ้งจี่กลายเป็นฮ่องเต้ตกยาก เมื่อเห็นว่ามีคนสวมรอยเป็นฮ่องเต้สรางความเดือดร้อนให้พสกนิกรไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ในที่สุดหลิวปิ้งจี่ก็ตระหนักถึงฐานะที่แท้จริงของฮ่องเต้ที่จะต้องทำนุบำรุงสุขให้พสกนิกร หลิวปิ้งจี่จึงตั้งอกตั้งใจศึกษาการบริหารบ้านเมืองอย่างเอาจริงเอาจัง อีกด้านหนึ่งนั้น ฮั่วสุ่ยเซียนซึ่งพลัดตกเขานั้น ทำให้นางสูญเสียความทรงจำ นางจึงถูก หลิวซี่ และ ซูเฉิง ซึ่งเป็นหลานของมหาขันทีซูเหวินหลอกใช้เป็นเครื่องมือ โชคดีที่หลิวปิ้งจี่ปรากฏตัวในช่วงวิกฤตพอดี หลิวปิ้งจี่พยายามทำทุกอย่างเพื่อเรียกความทรงจำของฮั่วสุ่ยเซียนกลับคืนมา ทำให้ความทรงจำของฮั่วสุ่ยเซียนฟื้นคืนมาดังเดิม หลิวปิ้งจี่,ฮั่วสุ่ยเซียนและสี่ผิงจินร่วมมือกันกำจัดฮ่องเต้ปลอมและหลิวซี่ไปได้ในที่สุด จากความทุกข์ยากนานัปการที่หลิวปิ้งจี่ได้พานพบมา ทำให้หลิวปิ้งจี่ตระหนักถึงชีวิตของพสกนิกรเป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้หลิวปิ่งจี่จึงทุ่มเทแรงกายแรงใจบริหารบ้านเมือง ทำนุบำรุงสุขพสกนิกร กลายเป็นฮ่องเต้ซึ่งเป็นที่รักใคร่ของพสกนิกร ในนาม "ฮั่นซวนตี้ฮ่องเต้" ภาพประกอบ The Prince Of Han Dynasty ฮ่องเต้ราชวงศ์ฮั่นกับหมอดูเทวดา(วีรบุรุษเจ้าบัลลังก์) 



ข้อมูลจาก : thaitv3.com
|