Entertainment Update  

ประวัติพระพุทธเจ้า (The Life of Buddha)

แอนิเมชั่นฝีมือคนไทย เรื่องจริงจากพระไตรปิฎก
ประกาศความยิ่งใหญ่ แห่งมหาบุรุษ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ทั่วประเทศ

หลักการและเหตุผล

ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ มีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพุทธมามกะ เป็นที่ประจักษ์ ชัดแล้วว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประพฤติพระองค์ เป็นพุทธศาสนิกชนที่ประเสริฐเคารพนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย และทรงเชิดชูพระพุทธเจ้าด้วยการน้อมนำคำสอนของพระองค์มาใช้ในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อประโยชน์ของชาวไทยจนทำให้ได้รับคำ สดุดีพระเกียรติคุณจากพสกนิกรชาวไทยว่า ทรงเป็นพระธรรมิกราช (พระราชาผู้ทรงธรรม)
“ประวัติพระพุทธเจ้า” คือ เรื่องราวของ พระพุทธเจ้า นับตั้งแต่ประสูติ เสด็จออกบรรพชา ตรัสรู้ บำเพ็ญเพียร จนถึงตรัสรู้และเสด็จจาริก ออกแสดงธรรม โปรดสัตว์โลก ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีพุทธศาสนิกชนชาติต่างๆ อาทิ จีน ญี่ปุ่น รวมทั้งชาวยุโรป พยายามทำพระประวัติ ส่วนนี้ออกเผยแพร่ในรูปของการ์ตูน แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์ บางเรื่องบางตอนก็มีเนื้อหาขัดแย้งกับคัมภีร์พระไตรปิฎก และอรรถกถาบาลี ซึ่งถือว่าเป็น แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับพระประวัติของพระพุทธเจ้าที่เก่าแก่ ที่สุดของโลก ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนา ประจำชาติ น่าจะได้มีการสร้างภาพยนตร์การ์ตูนเกี่ยวกับพระประวัติของพระพุทธเจ้าที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับพระไตรปิฎก และอรรถกถา ออกเผยแพร่เป็นพุทธบูชา อีกทั้งในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา ควรที่พสกนิกรชาวไทย จะได้มีสิ่งสำคัญสูงสุดไว้ถวายให้เป็นพระเกียรติยศสืบไป กลุ่มธรรมะการ์ตูนเห็นความสำคัญทั้ง ๒ ประการนี้จึงได้ตกลงร่วมมือกับ บริษัท มีเดียสแตนดาร์ด จำกัด จัดทำโครงการภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “ประวัติพระพุทธเจ้า” เพื่อนำออกเผยแพร่ โดยมีมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเนื้อหาวิชาการ และแปลเป็นภาษา นานาชาติ ๕ ภาษาเป็นอย่างน้อย คือ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาเกาหลี ภาษาญี่ปุ่น และภาษาเยอรมัน

  

วัตถุประสงค์ของโครงการ

     • เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระราชวโรกาสที่จะทรงมี พระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา ในปี พ.ศ. ๒๕๕๐
     • เพื่อเผยแพร่พระประวัติของพระพุทธเจ้า
     • เพื่อผลิตสื่อการสอน การเผยแพร่พระพุทธศาสนาที่ทันสมัย และเข้าถึงคนทุกกลุ่ม ให้กับวัด โรงเรียน มหาวิทยาลัย ห้องสมุดทั่วประเทศ
     • เพื่อส่งเสริมการเผยแพร่พระพุทธศาสนา และยกระดับการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในเมืองไทยให้ก้าวไกลไประดับสากล   ด้วยภาพยนตร์ การ์ตูน Animation ฝีมือคนไทยซึ่งมีเทคโนโลยีการสร้างภาพแบบ ๒ มิติ และ ๓ มิติ

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

     • จะได้ภาพยนตร์การ์ตูนประวัติพระพุทธเจ้าAnimationฝีมือคนไทย ถวายเป็นพุทธบูชาและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
     • จะได้สื่อการสอนและการเผยแพร่พระพุทธศาสนาที่ทันสมัยเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม ได้ทั้งในประเทศและนานาชาติถึง ๕ ภาษา
     • จะได้ทำให้ฝีมือคนไทยก้าวไกลสู่ระดับสากล อันจะเป็นประโยชน์ต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาของนานาชาติ
     โครงการนี้ได้นำเนินงานมาแล้ว ตั้งแต่ปลายปี ๒๕๔๖ จนขณะนี้มีความคืบหน้ามากแล้ว โดยกำหนดสิ้นสุดของโครงการคือ เดือนตุลาคม ๒๕๕๐ และคาดว่าจะเผยแพร่สู่สายตาประชาชนในเดือน ธันวาคม ๒๕๕๐

จุดเด่นของภาพยนตร์

     • ภาพยนตร์เรื่องนี้แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ดำเนินตามพระไตรปิฎก และอรรถกถา คณะผู้สร้างได้คำนึงถึงความเป็นมนุษย์ของตัวละคร ซึ่งต้อง เผชิญ ทั้งสุขและทุกข์ ความสมหวังและความผิดหวัง
     • อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ต่างๆ เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า แม้เป็นเรื่องที่คนยุคปัจจุบันรับได้ยาก คณะผู้สร้างก็มิได้มองข้าม และพยายามเสนออย่าง สมเหตุสมผลเพื่อให้เห็นว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับบุคคลสำคัญอย่างพระพุทธเจ้า
     • สถานที่สำคัญตามพุทธประวัติ  คณะผู้สร้างภาพยนตร์ได้ศึกษาจัดทำ  และวางแผนงานอย่างละเอียด  จนทำให้ได้ภาพแต่ละภาพที่เนียน นุ่มความละเอียดละไมสวยงาม
     • ตัวละครต่าง ๆ นั้น   คณะผู้สร้างได้ศึกษาจินตนาการ  ให้ตรงกับรูปแบบของคนในยุคนั้นอย่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว  แต่ให้มีอิสระใน แนว ความคิดอันหลากหลายเพื่อขยายแนวการตลาดก้าวสู่ตลาดสากล
     • ภาพโดยรวมของภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้กลมกลืนกันทั้งเรื่อง  บนพื้นฐานของการศึกษาวิจัยอย่างละเอียด  ออกแบบฉากต่าง ๆ ให้ตาม สภาพสังคม บ้านเมือง แถบชมพูทวีป ครั้งก่อนพุทธกาล และร่วมสมัยพุทธกาล โดยระดมสติปัญญา ทั้งจากฝ่ายผู้รู้ทางพระไตรปิฎก และผู้ศึกษาทาง ด้านภูมิสถาปัตย์ ตามสภาพที่เป็นจริงในขณะนั้น แล้วถ่ายทอดให้นักออกแบบสร้างสรรค์ผลงาน ออกมาเป็นภาพยนตร์การ์ตูน ที่มีความสมบูรณ์ และงดงามอลังการในทุกด้าน และพากย์เสียงโดย ศิลปิน ดารา และ ผู้มีชื่อเสียง

พุทธประวัติ

• อัญเชิญจุติ
เมื่อประมาณ ๒,๕๐๐ ปี ณ ดินแดนทางทิศเหนือของประเทศอินเดีย เป็นที่ตั้งของแคว้นสักกะ เมืองหลว งของแคว้นนี้มีชื่อว่า กรุงกบิลพัสดุ์ ซึ่งปกครองโดยพระเจ้าแผ่นดินราชวงศ์ศากยะพระนามว่า “พระเจ้าสุทโธทนะ” พระองค์ทรงมีพระมเหสีพระนามว่าพระนางสิริมหามายา ครั้งเมื่อพระโพธิสัตว์ได้บำเพ็ญบารมีทั้ง ๓๐ ประการ บริบูรณ์ ในชาติที่เป็นพระเวสสันดร ครั้งสิ้นพระชนม์แล้วก็ได้ไปเกิดเป็นเทพบุตรมีชื่อว่า สันดุสิตเทวราช สถิตอยู่ใน สวรรค์ ชั้นดุสิต (ดุสิตเทวโลก) เมื่อถึงกำหนดที่จะต้องจุติ ท้าวมหาพรหมและเทพยดาทั้งหลายจึงอาราธนาอัญเชิญ จุติบนโลกมนุษย์ เพื่อจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระบรมโพธิสัตว์หรือในขณะนั้นทรงเป็นสันดุสิตเทวราช จึงได้ ทรงพิจารณาเลือกมาปฏิสนธิในพระครรภ์ของพระนางสิริมหามายา

• ทรงพระสุบิน
ในคืนวันที่สันดุสิตเทวราชปฏิสนธิ พระนางสิริมหามายาทรงพระสุบิน เห็นดวงดาวหกเหลี่ยมที่มีแสงสุกสกาว และพญาช้างเผือก ๖ งา ลงจากสุวรรณคีรี (ภูเขาทอง) แล้วขึ้นมายังหิรัญคีรี (ภูเขาเงิน) ที่พระนางประทับอยู่ ชูงวงซึ่งถือดอกบัวขาวเข้ามาภายในกนกวิมานที่ประทักษิณ (เวียนโดยรอบ) พระนาง ๓ รอบ เสมือนหนึ่งเข้าไปสู่ พระครรภ์ของพระนาง 
 
• ประสูติ
เมื่อพระนางสิริมหามายาทรงมีพระครรภ์ล่วงเข้าเดือนที่ ๑๐ ใกล้จะถึงเวลาประสูติ มีพระทัยปรารภจะเสด็จ กรุงเทวทหะเพื่อไปประสูติพระครรภ์ที่พระราชวังของพระราชบิดาตามธรรมเนียม จึงกราบทูลขอพระบรมราชานุญาต จากพระเจ้าสุทโธทนะ เมื่อพระนางได้รับพระบรมราชานุญาตแล้ว พระนางจึงทรงออกเดินทางในตอนเช้า วันวิสาขปุณณมี (วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ คือ วันวิสาขบูชา) พอถึงเวลาใกล้เที่ยงวันก็เสด็จถึงสวนลุมพินีวัน ซึ่งตั้งอยู่ ระหว่างพระนครทั้งสอง พระนางปรารถนาจะเสด็จประพาสชมสวน ครั้นพอพระนางเสด็จยังต้นสาละ ทรงจับกิ่งสาละ พอพระหัตถ์ถึงกิ่งสาละก็บังเกิดลมกัมมชวาตประชวรพระครรภ์ ข้าราชบริพารทั้งหลายก็ช่วยกันผูกม่านแวดวงภายใต้ ต้นสาละ พระนางทรงประทับยืนหันพระปฤษฎางค์อิงกับต้นสาละ พระหัตถ์ขวาเหนี่ยวกิ่งสาละผันพระพักตร์ไปทาง ทิศบูรพา ประสูติพระราชโอรส โดยปราศจากความเจ็บปวดใดๆ พระราชกุมารภายหลังประสูติได้พระราชดำเนินไป ๗ ก้าว โดยมีดอกบัวผุดจากพื้นดินมารองรับพระบาททุกก้าว
 
• สำเร็จปฐมฌาน
เมื่อพระราชกุมารมีพระชนม์ได้ ๕ วัน พระเจ้าสุทโธทนะทรงเชิญพราหมณ์ ๑๐๘ คน มาทำพิธีและตั้ง พระนามให้พระราชโอรสว่า “สิทธัตถะ” จากนั้นทรงคัดเลือกพราหมณ์จาก ๑๐๘ คนให้เหลือ ๘ คน เพื่อให้ทำนาย ลักษณะพราหมณ์ ๗ คน ทำนายว่าถ้าพระราชโอรสอยู่ในเพศฆราวาสจะได้เป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ แต่ถ้าทรงครองเพศ บรรพชิตก็จะได้เป็นศาสดาเอกของโลก แต่พราหมณ์อีกคนที่เหลือชื่อ โกณฑัญญะ ทำนายว่า พระราชโอรสจะต้อง ออกบวชและจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างแน่นอน ครั้นพระนางสิริมหามายาประสูติพระราชโอรสได้ ๗ วัน พระนางสิริมหามายาก็สิ้นพระชนม์ พระเจ้าสุทโธทนะได้ให้พระนางปชาบดีโคตรมี พระน้องนางของพระนาง สิริมหามายาซึ่งเป็นพระมเหสีอีกพระองค์ของพระเจ้าสุทโธทนะให้ทำหน้าที่เลี้ยงดูพระราชโอรส พระนางทรงดูแล พระราชโอรสดุจพระโอรสของพระนางเอง เจ้าชายสิทธัตถะถึงแม้อยู่ในวัยเด็กก็สามารถประทับนั่งขัดสมาธิเจริญ อานาปานสติกัมมัฏฐาน จนได้ปฐมฌานโดยมิได้สนใจของเล่นเช่นพระกุมารอื่นๆ พระราชบิดารู้สึกไม่สบายพระทัยเมื่อ เห็นอาการของพระกุมารเช่นนั้น


 
• อภิเษกสมรส
เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะเจริญวัยมีพระชนมายุได้ ๑๖ ชันษา พระราชบิดาทรงสร้างปราสาทขึ้น ๓ หลังสำหรับ ให้เจ้าชายประทับในฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว จากนั้นพระองค์ก็ทรงสู่ขอ เจ้าหญิงพิมพาหรือยโสธรา พระราชธิดา ในพระเจ้าสุปปพุทธะกับพระนางอมิตาแห่งกรุงเทวทหะมาอภิเษกกับเจ้าชายสิทธัตถะ ในพระราชพิธีอภิเษกสมรสของ พระนางยโสธรา ได้มีการทดลองพละกำลังและสติปัญญาระหว่างเจ้าชายทั้งหลาย ในการประลองครั้งนี้เจ้าชาย สิทธัตถะได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เป็นผู้ที่มีความสามารถเหนือเจ้าชายอื่นๆ ไม่มีผู้ใดเทียบได้ในการใช้กระบี่บนหลังม้า พระองค์ทรงมีความสามารถใน “ลักษาเวทะ” คือสามารถยิงถูกเป้าหมายอย่างแม่นยำโดยใช้ “สิงห์ธนู” ซึ่งไม่ต้อง โก่งธนูให้เชือกตึง และพระนางยโสธราทรงคล้องพวงมาลัยที่พระศอของเจ้าชายสิทธัตถะผู้ได้รับชัยชนะด้วยความ ภูมิพระทัย พิธีอภิเษกสมรสได้จัดขึ้นหลังจากผ่านข้อแม้ต่างๆ อย่างสมพระเกียรติ และเจ้าชายสิทธัตถะทรงอยู่กับ พระนางยโสธราอย่างมีความสุข จนกระทั่งเจ้าชายสิทธัตถะทรงมีพระชนมายุ ๒๙ ชันษา พระนางยโสธราก็ทรง พระครรภ์

• เทวทูต ๔
พระเจ้าสุทโธทนะได้จัดให้พระราชกุมารอยู่บนพระราชวังที่ใหญ่โต ปราศจากคนสูงอายุหรือคนป่วยที่นั่น ไม่มีการพูดถึงเรื่องเศร้า ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เจ้าชายสิทธัตถะเกิดความเบื่อหน่ายในการครองเรือน วันหนึ่งเจ้าชาย สิทธัตถะมีพระราชประสงค์ที่จะเสด็จประพาสอุทยาน ขณะที่ประทับราชรถไประหว่างทางได้ทอดพระเนตรเห็นคนแก่ ผมหงอก ถือไม้เท้าเดินสวนมาทำให้ทรงรู้สึกเศร้าสลดหดหู่ วันต่อมาพระองค์ก็เสด็จประพาสอุทยานเป็นครั้งที่ ๒ ครั้งนี้ได้ทอดพระเนตรเห็นคนเจ็บที่ร่างกายเต็มไปด้วยแผลเน่าเปื่อย ร้องครวญครางอยู่ข้างถนน เป็นที่น่าเวทนาและ พระองค์ได้ช่วยพยุงคนเจ็บให้ลุกขึ้น
อีก ๑๕ วันต่อมาเสด็จเลียบพระนครเป็นครั้งที่ ๓ โดยราชรถก็ทอดพระเนตรเห็นคนตายถูกหามไปยังป่าช้า มีญาติเดินร้องรำพันด้วยความอาลัยรัก ครั้นเสด็จออกไปเป็นครั้งที่ ๔ ก็ทรงพบกับนักบวชนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ (ผ้าย้อมฝาด) มีกิริยาน่าเลื่อมใส

• เสด็จหนีบรรพชา
การที่เจ้าชายสิทธัตถะทอดพระเนตรเห็นเทวทูตทั้ง ๔ คือ คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และนักบวช ทำให้ทรง ตระหนักว่าทุกคนจะต้องแก่ชราและมีโรคภัยไข้เจ็บมาทำลายความสวยความงาม บั่นทอนพละกำลังและร่างกายทุกคน จะต้องตายในวันใดวันหนึ่งไม่มีผู้ใดสามารถหลีกเลี่ยงได้ อันเป็นความทุกข์กังวลอย่างใหญ่หลวงของมนุษย์เมื่อความ จริงประจักษ์แก่พระองค์ พระองค์ทรงรู้สึกตัดขาดจากความเพลิดเพลินในทางโลกอย่างสิ้นเชิง ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ ที่จะเสด็จออกบวชเพื่อหาหนทางพ้นจากความทุกข์ ทำอย่างไรถึงจะบรรลุอมตธรรม จากวันนั้นเป็นต้นไป พระองค์ ทรงยึดในความคิดนั้นเพียงอย่างเดียว และในคืนวันหนึ่ง พระองค์ทรงตัดสินพระทัยเสด็จออกจากพระราชวัง โดย พระองค์เสด็จเยี่ยมพระนางยโสธรากับพระราชโอรสซึ่งกำลังบรรทมหลับอยู่ แม้จะทรงอาลัยแต่ก็หักพระทัยทิ้ง พระนางยโสธราและพระราชโอรสที่เพิ่งประสูติใหม่ชื่อ ราหุล ไว้เบื้องหลัง เสด็จออกมาทรงม้ากัณฐกะ หนีออกจาก พระนครพร้อมกับนายฉันนะ

• ทรงตัดพระโมฬี
เจ้าชายสิทธัตถะทรงม้ากัณฐกะมาจนกระทั่งใกล้รุ่ง ก็เสด็จถึงฝั่งแม่น้ำอโนมาจึงเสด็จลงจากหลังม้า ทรงใช้ พระขรรค์ตัดพระโมฬี (จุก) ออกเหลือเส้นพระเกศายาวประมาณ ๒ องคุลี (๑ องคุลีจะเท่ากับข้อปลายของนิ้วกลาง) ม้วนไปทางขวาเป็นวงกลมซึ่งพระเกศาไม่มีการยาวออกมาอีกจนกระทั่งพระองค์ปรินิพพานแล้วเปลี่ยน ฉลองพระองค์ เป็นนักบวช จากนั้นทรงอธิษฐานขอบรรพชาเป็นนักบวช จากนั้นพระองค์ทรงรับสั่งให้นายฉันนะนำม้ากัณฐกะและ ฉลองพระองค์เดิมของพระองค์กลับพระนคร เพื่อไปถวายพระเจ้าสุทโธทนะที่พระราชวัง

• บำเพ็ญทุกรกิริยา
ส่วนเจ้าชายสิทธัตถะนั้นเพื่อค้นหนทางแห่งความดับทุกข์ พระองค์จึงเสด็จไปยังแคว้นมคธเพื่อไปขอเป็นศิษย์ ในสำนักอาฬารดาบส เมื่อศึกษาจนจบสิ้นความรู้แต่ทรงเห็นว่ายังไม่ใช่ทางที่จะทำให้พระองค์พ้นทุกข์ จึงลาอาจารย์ไป ศึกษาต่อในสำนักอุทกดาบส แต่วิชาของสำนักนี้ก็ไม่สามารถทำให้พระองค์พ้นจากทุกข์ได้เช่นกัน จึงลาอาจารย์แล้วเสด็จ ต่อไปจนถึงตำบลอุรุเวลาเสนานิคม พระองค์ดำริว่า ความรู้ที่เกิดจากตำราวิชาต่างๆ ไม่อาจทำให้พ้นจากทุกข์ได้ พระองค์จึงตัดสินพระทัยประทับที่อุรุเวลาเสนานิคมเพื่อบำเพ็ญเพียรให้ตรัสรู้ธรรมด้วยการบำเพ็ญทุกกรกิริยา ซึ่งเป็น การทรมานพระวรกายให้ได้รับความลำบาก โดยมีพราหมณ์ ๕ คน คือ โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ รวมเรียกว่า ปัญจวัคคีย์ มาคอยปรนนิบัติ เจ้าชายสิทธัตถะทรงทรมานพระองค์ด้วยวีต่างๆ เมื่อไม่ได้ผล ก็ทรงเปลี่ยนวีใหม่ จนในที่สุดทรงอดพระกระยาหารจนพระวรกายซูบผอม เหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ได้รับความทุกข์ ทรมานแสนสาหัส รวมเวลาที่ทรงบำเพ็ญทุกกรกิริยานานถึง ๖ ปี ก็มิได้บรรลุผล

• มัชฌิมาปฏิปทา
เจ้าชายสิทธัตถะทรงท้อพระทัย เพราะไม่ทรงทราบว่าจะปฏิบัติอย่างไรจึงจะได้ตรัสรู้ ขณะนั้นพระอินทร์ได้ เสด็จลงมาดีดพิณถวาย สายพิณสายที่หนึ่งขึงไว้ตึงเกินไปพอดีดก็ขาด สายที่สองหย่อนเกินไปเสียงที่ออกมาก็ไม่เพราะ ส่วนสายที่สามขึงไว้พอดี ไม่ให้ตึงเกินไปหรือหย่อนเกินไปเสียงจึงไพเราะน่าฟัง พระองค์ได้สดับและพิจารณาเห็นว่า การปฏิบัติทางสายกลางหรือมัชฌิมาปฏิปทา จะเป็นหนทางที่สามารถบรรลุพระโพธิญาณได้ พระองค์จึงทรงเลิกการ บำเพ็ญทุกกรกิริยา กลับมาเสวยพระกระยาหารบำรุงร่างกายให้แข็งแรงดังเดิมเพื่อที่จะทรงบำเพ็ญเพียรทางจิตต่อไป เหล่าปัญจวัคคีย์เห็นดังนั้นก็คิดว่าพระองค์หมดความเพียร จึงพากันละทิ้งพระองค์ไปอยู่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี

• สุชาดาถวายข้าวมธุปายาส
หลังจากที่พระองค์ทรงเลิกบำเพ็ญทุกกรกิริยาได้ครึ่งเดือนก็ถึง วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ เช้าวันนั้น นางสุชาดา ได้หุงข้าวมธุปายาส (ข้าวหุงด้วยน้ำนมโค) เพื่อนำไปถวายเทวดาที่ต้นไทร เนื่องจากนางได้บนบานต่อต้นไทรว่า หากเทวดาประทานพรให้นางมีลูกชาย นางจะนำข้าวมธุปายาสมาถวาย เมื่อสำเร็จตามปารถนานางจึงนำข้าวมธุปายาส มาถวายตามที่ได้ให้คำสัญญาไว้ ครั้นพอไปถึงต้นไทรนางเห็นเจ้าชายสิทธัตถะประทับใต้ต้นไทร นึกว่าพระองค์เป็น เทวดาซึ่งสิงสถิตอยู่ในต้นไทรได้ปรากฏกายให้เห็น นางจึงน้อมถวายข้าวมธุปายาสพร้อมกับถาดทองคำด้วยความเคารพ เมื่อเสวยข้าวมธุปายาสหมดแล้ว พระองค์นำถาดทองคำที่ใส่ข้าวมธุปายาสไปที่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชราทรงอธิษฐานว่า ถ้าพระองค์ตรัสรู้ก็ขอให้ถาดลอยวนกระแสน้ำขึ้นไป แล้วถาดก็ลอยวนกระแสน้ำไปไกล ๘๐ ศอก จมลงสู่ก้นแม่น้ำซึ่ง เป็นที่อยู่ของพระยากาฬนาคราช จากนั้นพระองค์ก็ทอดพระเนตรเห็น โสตถิยพราหมณ์หอบหญ้าคาเดินไปทรง บิณฑบาตหญ้าคาจากพราหมณ์ และพราหมณ์ได้ถวายหญ้าคาแก่พระองค์ด้วยความเคารพ

• ผจญมาร
เจ้าชายสิทธัตถะทรงปูหญ้าคาแล้วอธิษฐานเป็นรัตนบัลลังค์ประทับนั่งหันพระพักตร์สู่ทิศบูรพา (ทิศตะวันออก) พระปฤษฎางค์ (หลัง) สู่ลำต้นศรีมหาโพธิ์ ขัดสมาธิตั้งพระกายตรง ดำรงพระสติตั้งมั่นแล้วทรงตั้งสัตยาธิษฐานว่า ถ้ายังไม่บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณจะไม่ลุกนี้เป็นอันขาด แม้เลือดเนื้อจะเหือดแห้งไปเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกก็ตาม จากนั้น ก็ทรงกำหนดจิตเจริญสมาธิภาวนา พระยาวัสสวดีมารซึ่งคอยติดตามเจ้าชายสิทธัตถะอยู่เกรงว่า ถ้าพระองค์ตรัสรู้ เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วจะพ้นจากอำนาจของตน จึงขี่ช้างชื่อ ศิริเมขล์นำเหล่าเสนามารเข้าไปแสดงฤทธิ์ต่างๆ ขัดขวาง แต่พระองค์ก็ยังประทับนิ่งไม่ทรงหวั่นไหว พระยามารโกรธมากให้เสนามารรุมเข้าไปฆ่าเจ้าชายสิทธัตถะ แต่ พระองค์ทรงนึกถึงพระบารมี ๓๐ ประการที่ทรงบำเพ็ญสั่งสมมาทุกชาติ และพระองค์จะสู้กับมารด้วยบารมีเหล่านี้ จึง ขอให้นางวสุนธราแม่พระธรณีเป็นพยานในการบำเพ็ญบารมี นางจึงบันดาลรูปเป็นนารีผุดขึ้นมาจากพื้นดิน และบิดมวย ผมให้น้ำหลั่งออกมาเท่ากับบารมีทีพระองค์ทรงบำเพ็ญเพียรสั่งสมออกมา น้ำที่หลั่งออกมามีปริมาณมากมายเหลือคณา นับท่วมท้นไปทั่วบริเวณ กระแสน้ำได้พัดพาพวกเสนามารไปจนหมดสิ้น แม้กระทั่งช้างศิริเมขล์ก็มิอาจยืนอยู่ได้ จนกระทั่ง พยามารพ่ายแพ้ ยกหัตถ์นมัสการกล่าวสรรเสริญแล้วลากลับไปยังที่อยู่ของตน พระองค์ทรงมีชัยเหนือเหล่า มารอย่างแท้จริง

• ตรัสรู้
เจ้าชายสิทธัตถะทรงบำเพ็ญเพียรเจริญสมาธิภาวนาต่อไปจนถึงยามสามซึ่งเป็นเวลาใกล้รุ่ง ก็ตรัสรู้อริยสัจ ๔ (ประกอบด้วย ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในขณะที่มีพระชนมายุได้ ๓๕ ชันษา

• ปฐมเทศนา
ภายหลังตรัสรู้แล้ว พระองค์ประทับเสวย วิมุตติสุข (ความสุขที่เกิดจากความหลุดพ้นจากกิเลส) อยู่ใต้ร่มศรี มหาโพธิ์และบริเวณใกล้เคียงเป็นเวลา ๗ สัปดาห์ ในสัปดาห์ที่ ๑-๔ พระพุทธองค์เสวยวิมุตติและทบทวนสิ่งที่ได้ตรัสรู้ ในสัปดาห์ที่ ๕ ขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับใต้ต้นไทร นางตัณหา นางราคา และนางอรดี ซึ่งเป็นธิดา ของพระยาวัสสวดีมารอาสาพระบิดามาทำลายตบะของพระพุทธองค์ ด้วยการรำฟ้อนยั่วยวนต่างๆ นานา แต่พระองค์ มิได้สนพระทัย นางทั้งสามจึงกลับไปด้วยความผิดหวัง หลังจากที่เสวยวิมตติสุขครบ ๗ สัปดาห์ พระองค์ ทรงท้อพระทัยที่จะแสดงธรรม เนื่องจากธรรมที่พระองค์ตรัสรู้นั้น ยากแก่การที่มนุษย์ที่มีกิเลสจะเข้าใจได้ ท้าวมหาพรหมจึงเสด็จลงมาเตือนพระสติ และทูลอารธนาให้ตรัสเทศนาโปรดสัตว์โลกทั้งปวง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงรับอาราธนาของท้าวมหาพรหม จากนั้นพระองค์ก็เสด็จไปยังแคว้นพาราณสี เพื่อไปโปรดปัญจวัคคีย์ พระองค์ แสดงธรรมเทศนากัณฑ์แรกคือ ธรรมจักรกัปปวัตนสูตรใน วันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๘ ขณะที่พระองค์ทรงเทศนา หนทางที่จะบรรลุธรรมนั้น ท่านโกณฑัญญะก็ได้ธรรมจักษุ (ดวงตาเห็นธรรม) สำเร็จเป็นพระอรหันต์รูปแรก และได้ นามใหม่ว่าอัญญาโกณฑัญญะ และในวันนั้นท่านโกณฑัญญะก็ทูลขออุปสมบท เป็นภิกษุที่พระพุทธองค์ทรงอนุญาตด้วย พระวาจาซึ่งเรียกว่า เอหิภิกขุ ดังนั้นท่านอัญญาโกณฑัญญะจึงเป็นพระสงฆ์รูปแรกของโลก และในวันนี้เองเป็น วันที่ศาสนาครบองค์พระรัตนตรัย คือ พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ หลังจากนั้นพระพุทธเจ้าก็เทศนาต่ออีกจน ปัญจวัคคีย์อีก ๔ ท่านได้บรรลุธรรมสำเร็จเป็นพระอรหันต์ เป็นสาวกกลุ่มแรกของพระพุทธศาสนา

• อริยสัจ ๔
พระพุทธองค์ทรงเทศนาธรรมครั้งแรกที่ “สารนาถ” ใกล้แคว้นกาสี และหลักธรรมที่พระองค์ทรงแสดง เรียกว่า อริยสัจ ๔ ประการ ดังนี้
          ๑. อะไร คือ ความทุกข์
          ๒. อะไร คือ สาเหตุให้เกิดความทุกข์
          ๓. อะไร คือ ความดับทุกข์
          ๔. อะไร คือ ทางที่นำไปสู่การดับทุกข์
          พระองค์ทรงแสดงมรรคประกอบไปด้วยองค์ ๘ อันเป็นลักษณะ ธรรมชั้นสูงขึ้นไป ที่เรียกว่า “อริยอัฎธังคิกะ” ประกอบด้วย
          ๑. ความเห็นชอบ
          ๒. ความดำริชอบ
          ๓. การเจรจาชอบ
          ๔. การกระทำชอบ
          ๕. การเลี้ยงชีพชอบ
          ๖. ความพยายามชอบ
          ๗. ความระลึกชอบ
          ๘. ความตั้งจิตมั่นชอบ

• ประกาศพระศาสนา
ในทุกแห่งหนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จโปรด พระองค์ทรงเทศนาพระธรรมคำสอน ให้แก่ผู้คนมากมาย และผู้คนเหล่านั้นยอมรับนับถือในคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บ้างก็สำเร็จอรหันต์บวชเป็นภิกษุ บ้างก็บรรลุ โสดาบันเห็นธรรม วันหนึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จโปรดพราหมณ์ที่ชื่อ อุรุเวลกัสสปะ พระองค์ประทับใน สถานที่บูชาไฟ ซึ่งมีพญานาค (งูพิษ) ของพราหมณ์กัสสปะอาศัยอยู่มีชื่อว่า “อัคนิศาลา” ครั้นเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จประทับอยู่นั้นพระยานาคเลื้อยออกมาและปรี่เข้าหาพระองค์อย่างรวดเร็วหมายจะทำร้าย แต่พยานาคไม่สามารถ ทำร้ายพระองค์ได้ พระองค์จึงทรงทรมานพระยานาคจนกระทั่งสงบลง และเข้าไปนอนอยู่ในบาตรของพระสัมมา สัมพุทธเจ้าครั้งหนึ่งได้เกิดไฟไหม้ใหญ่ในเมืองคยา ไฟได้ลุกลามไปทั่วจนกระทั่งถึงภูเขา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัส กับสาวกของพระองค์ว่า“ทั่วโลกกำลังถูกเผาไหม้ด้วยไฟ ไฟนั้นคือ ความอิจฉาริษยาและความเศร้าโศกเสียใจ บุคคลผู้มี ปัญญาเท่านั้นที่เริ่มต้นแสวงสัจธรรมเป็นเครื่องหลุดพ้นด้วยตนเอง เพื่อดับไฟที่เผาผลาญให้ใจรุ่มร้อนอย่างนี้

• โปรดพระเจ้าพิมพิสาร
จากเนินเขาของเมืองคยา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระราชดำเนินไปยังเมืองราชคฤห์ เมื่อพระเจ้าพิมพิสาร ทรงทราบข่าวการเสด็จมาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงเสด็จไปต้อนรับ พร้อมด้วยพระราชินีและพระราชโอรสตลอดจน ข้าราชบริพารเมื่อได้สดับฟังระธรรมเทศนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในกาลต่อมาก็ได้เป็น สาวกในพระศาสนา ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในครั้งนั้นพระเจ้าพิมพิสารได้ถวายพระราชอุทยานเวฬุวัน (สวนไผ่) ให้เป็นที่ประทับของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้ากับพระภิกษุทั้งหลาย เวฬุวันมหาวิหาร จึงนับได้ว่าเป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ขณะนั้น มีพระอรหันต์จำนวน ๑,๒๕๐ รูป อยู่ที่เวฬุวันมหาวิหาร เป็นวันเพ็ญเดือน ๓ (วันมาฆะ) พระสงฆ์ทั้ง ๑,๒๕๐ รูปจึงเข้าเฝ้าพระสัมมา สัมพุทธเจ้าเพื่อให้พระองค์ทรงแดสงธรรม ซึ่งการประชุมของพระสงฆ์ในครั้งนี้เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต หมายถึง การประชุมที่ประกอบด้วยองค์ ๔ ประการคือ มีพระสงฆ์ ๑,๒๕๐ รูป มาชุมนุมกันโดย มิได้นัดหมาย พระสงฆ์เหล่านั้นเป็นเอหิภิกขุทั้งสิ้น พระสงฆ์ทั้งหมดล้วนเป็นพระอรหันต์ และเป็นวันเพ็ญเดือนสาม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเห็นโอกาสพิเศษ จึงแสดงพระธรรมโอวาทปาติโมกข์อันเป็นหลักของศาสนาคือ ละเว้นความชั่ว ทั้งปวง ทำความดี ทำจิตใจให้บริสุทธิ์
 
• โปรดพุทธบิดา
เมื่อพระเจ้าสุทโทธนะมหาราชพุทธบิดา สดับข่าวว่าพระราชโอรสได้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณแล้วเที่ยว ประกาศพระศาสนา ได้ประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันมหาวิหาร ปรารถนาจะได้พบเห็นพระพุทธองค์ จึงตรัสให้อำมาตย์ พร้อมกับบริวารหนึ่งพันไปเชิญเสด็จ แต่อำมาตย์และบริวารได้ฟังเทศน์ ก็สำเร็จเป็นพระอรหันต์และทูลขอบวชหมด ทุกคน จากนั้นจึงทูลเชิญเสด็จยังกรุงกบิลพัสดุ์ พระองค์ทรงแสดงธรรมเทศนาโปรดพระเจ้าสุทโธทนะ พระพุทธบิดา กับพระประยูรญาติ ทำให้พระเจ้าสุทโธทนะได้ดวงตาเห็นธรรม

• โปรดพระนางยโสธรา-พระนันทะ
จากนั้นพระเจ้าสุทโธทนะทรงอาราธนาให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จโปรดพระนางยโสธรา เมื่อพระสัมมา สัมพุทธเจ้า เสด็จถึงก็ทรงปลอบโยนและแสดงธรรมเทศนาโปรด จนพระนางยโสธรารู้สึกปิติยินดีหมดความเศร้าโศรก ได้ดวงตาเห็นธรรมในขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับในกรุงกบิลพัสดุ์ พระองค์เสด็จร่วมพิธีอภิเษกสมรสของ พระนันทะ พระอนุชาที่เกิดแต่พระนางปชาบดีโคตรมีกับพระเจ้าสุทโธทนะ หลังจากที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสวย พระกระยาหารแล้วก็ส่งบาตรให้พระนันทะแล้วเสด็จออกจากปราสาท พระนันทะจำต้องอุ้มบาตรเดินตามเสด็จเพราะ เกรงพระทัยไม่กล้าทูลให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้ารับบาตรคืน จนกระทั่งถึงนิโครธารามหาวิหารอันเป็นที่ประทับจำวัด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็รับสั่งให้ พระนันทะบรรพชาแล้วประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาให้

• ราหุลบรรพชา
หลายวันต่อมา พระนางยโสธราตรัสให้ราหุลกุมารพระราชโอรสไปเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และทูลขอ พระราชสมบัติจากพระราชบิดา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าดำริว่าสมบัติมีค่าใดๆ ก็ไม่ยั่งยืนถาวรเท่ากับโลกุตตรสมบัติ เป็นอริยทรัพย์อันประเสริฐคือ พระนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสบอกให้พระราหุลตามเสด็จพระองค์ไป แล้วจึง รับสั่งให้พระสารีบุตรบรรพชาให้พระราหุลเป็นสามเณร ซึ่งนับว่าเป็นสามเณรรูปแรกในพระพุทะศาสนา

• อิทธิปาฏิหาริย์
บุคคลบางจำพวกเกิดทิฐิมานะไม่เลื่อมใสในพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อให้บุคคลเหล่า นั้นคลายทิฐิลง พระพุทะองค์ทรงตัดสินพระทัยที่จะแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ให้ผู้ที่ความเห็นไม่ถูกต้องเหล่านั้นได้เห็น ดังเช่นครั้งหนึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสวยมะม่วงสุกแล้วปลูกเมล็ดในพื้นดินล้างพระหัตถ์ลงที่เมล็ดมะม่วง หน่อมะม่วง ก็เติบโตแผ่กิ่งก้านสาขาออกไปในพริบตาออกผลเต็มต้น เป็นต้นครั้งหนึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จประทับในป่าห่าง จากบริเวณที่พระสาวกอยู่ ได้มีช้างเชือกหนึ่งและลิงตัวหนึ่ง คอยปรนนิบัติพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยการถวายผลไม้ ดอกไม้ และน้ำผึ้ง

• โปรดองคุลีมาล
ที่เมืองสาวัตถี มีมหาโจรผู้หนึ่งนามว่า องคุลีมาล ต้องการที่จะร้อยพวงมาลัยด้วยนิ้วมือ โดยการฆ่าคน ให้ได้ครบหนึ่งพันคน เขาได้ทำการฆ่าผู้คนไปแล้วเป็นจำนวนมาก เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จผ่านมายังสถานที่ ที่องคุลีมาลอยู่ องคุลีมาลก็วิ่งไล่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อที่จะฆ่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ พระราชดำเนิน(เดิน)ไปอย่างปกติ แต่องคุลีมาลผู้ที่หมายจะฆ่าพระองค์ก็ไม่อาจที่จะวิ่งตามทันพระองค์ได้ ในที่สุด พระพุทธองค์ได้แสดงธรรมโปรดจนองคุลีมาลพ้นจากบาป ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์

• โปรดยักษ์อารวิก
มียักษ์ตนหนึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านชื่อ “อารวิก” ใกล้เมืองสาวัตถี พำนักอยู่ที่ต้นไทร เป็นเหตุให้ชาวบ้า นต้องจัดคนเพื่อมาเป็นอาหารแก่ยักษ์วันละหนึ่งคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จพระราชดำเนินมาถึงสถานที่แห่งนั้น ก็ได้ ประทับใต้ต้นไทรที่ยักษ์ตนนั้นพำนักอยู่ ยักษ์ตนนี้โกรธเข้าทำร้ายพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ก็ไม่อาจจะทำอันตราย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ หลังจากที่ได้ฟังธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายักษ์นี้ก็หยุดเบียดเบียนผู้อื่น

• พระเทวทัตทำอนันตริยกรรม
เจ้าชายเทวทัต เป็นหัวหน้ากลุ่มผู้เป็นปรปักษ์ต่อพระพุทธเจ้าได้เกลี้ยกล่อมพระเจ้าอชาตศัตรู ให้ปลงพระชนม์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยการมอมเหล้าช้างนาฬาคีรีให้เกิดบ้าคลั่ง แต่ช้างก็มิอาจทำอันตรายใดๆ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า กลับหมอบลงเบื้องพระพักตร์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ภายหลังเจ้าชายเทวทัตโดนธรณีสูบ

• ทรงแสดงธรรมเทศนาโปรดสัตว์
นางวิสาขาเป็นภริยาเศรษฐีของพระเจ้าปเสนทิโกศล นางเป็นผู้มีจิตเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่าง ลึกซึ้ง นางกราบทูลขอพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อให้นางได้ถวายผ้า อาหาร ผลไม้ และอาหารพิเศษแก่พระสงฆ์ที่อาพาธ นางได้กระทำกิจเหล่านี้อยู่สม่ำเสมอบุตรของนางกีสาโคตรมี ได้สิ้นชีพไป นางได้ไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อมด้วย ศพของลูกชายเพื่อขอให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า คืนชีวิตแก่บุตรของนาง พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า “ฉันจะคืนชีวิต ให้แก่ลูกชายของเธอ หากเธอสามารถหาเมล็ดมาสตาสมาให้ฉันสักหนึ่งกำมือ จากบ้านใครก็ได้ที่ยังไม่เคยมีคนตาย มาก่อน ในที่สุดนางก็เกิดปัญญาว่า ทุกชีวิตที่เกิดมาจะต้องตายกันหมด ทำไมถึงจะคืนแค่ชีวิตของลูกชายนาง ให้ฟื้นขึ้นมา เพียงผู้เดียว สิ่งนี้เป็น กุสโลบายในการสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงโปรดหญิงนักฟ้อน ทั้งหลาย นางอัมพปาลีได้นิมนต์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เสด็จยังบ้านของนางพร้อมด้วยสาวกของพระองค์ พระสัมมา สัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรม หลังจากฟังธรรมเทศนา นางตัดสินใจเปลี่ยนมานับถือพระพุทธศาสนาอย่างบริสุทธิ์ใจ นางได้บริจาคสวนมะม่วงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยพัก เพื่อให้สร้างเป็นสังฆารามพระธรรมในพระพุทธศาสนา นั้นมีความลึกซึ้ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอธิบายพระธรรมคำสอนเหล่านั้นให้ประชาชนเข้าใจ วันหนึ่งพระสัมมา สัมพุทธเจ้าทอดพระเนตรพราหมณ์ชื่อไวศยะสิกัลป์ ได้ทำการไหว้ทิศทั้ง ๔ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัส กับพราหมณ์ว่า “ไม่ควรเบียดเบียนชีวิตของสัตว์อื่น ไม่ควรลักขโมยทรัพย์ของผู้อื่น ไม่ควรพูดเท็จ และไม้ควรร่วม ประเวณีกับผู้หญิงอื่นนอกจากภริยาของท่านเอง” ธรรมทั้ง ๔ ประการนี้เป็นหลักธรรมสำคัญของพุทธศาสนาที่ควร ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ในขณะที่กราบไว้ทิศทั้ง ๔ ควรตั้งใจมั่นว่าจะไม่กระทำความชั่วทุกอย่าง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแนะนำแนวทางนำไปสู่ความสงบสุข ในครั้งหนึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงอธิบายต่อพราหมณ์ที่มีชื่อ ภษัทวาชะว่าบุคคลใดที่ประสบความสำเร็จนั้นอยู่ที่การกระทำ มีความซื่อสัตย์และอ่อนน้อมถ่อมตน การที่บุคคลใด มีโอกาสกำเนิดในตระกูลอันสูงส่ง ก็สามารถจะเป็นผู้ที่ล้มเหลวได้ หากเขาไม่ตั้งอยู่ในความซื่อสัตย์สุจริต พระเจ้า ปเสนทิโกศล ได้เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระเจ้าปเสนทิโกศลตรัสว่า พระภิกษุสงฆ์ผู้รับน้ำจากมือของทุกๆ คน เป็นการไม่เหมาะสม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงอธิบายแก่พราหมณ์ว่า พระภิกษุสงฆ์ไม่จัดอยู่ในวรรณะใด วรรณะหนึ่ง สำหรับท่านเหล่านั้นไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะรับน้ำและอาหาร แต่ท่านจะต้องเป็นผู้ที่มีความประพฤติ มีความเสียสละจึงจะเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีได้ โดยนัยนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงชี้แจงว่า ควรปฏิบัติให้เข้าถึง หลักธรรมในพระพุทธศาสนา ซึ่งหลักธรรมนั้นเหมาะกับประชาชนทุกหมู่เหล่า

• โปรดพุทธมารดา-ปลงอายุสังขาร
ในกาลนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดำริ จะกระทำการสนองพระคุณพุทธมารดา (พระนางสิริมหามายา) จึงเสด็จ ขึ้นสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ครั้นพระองค์ทรงแสดงพระธรรมเทศนาประทานแก่พุทธมารดาจบลง องค์พระสิริมหามายา พุทธมารดา ก็บรรลุโสดาปัตติผล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จกลับลงไปสู่มนุษยโลกในเวลาวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ท้าว โกสียจึงเนรมิตบันไดทิพย์ทั้ง ๓ คือ บันไดทองอยู่เบื้องขวา บันไดเงินอยู่เบื้องซ้ายบันไดแก้วอยู่ท่ามกลาง เชิงบันไดทั้ง ๓ จรดพื้นภูมิภาค ณ ที่ใกล้เมืองสังกัสนคร หัวบันไดเบื้องบนจรดยอดเขาสิเนรุราช อันเป็นที่ตั้งของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ บันไดทองเป็นที่ลงแห่งหมู่เทวา บันไดเงินเป็นที่ลงแห่งหมู่พรหม ส่วนบันไดแก้วนั้นเป็นที่เสด็จลงแห่งบรมศาสดา ขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จพระราชดำเนินลงสู่เทวโลก พระองค์ทรงแสดงปาฏิหาริย์เปิดโลกทั้ง ๓ คือ สวรรค์ มนุษย์ และนรก และประทานพระธรรมเทศนาให้ได้สดับฟังกันทั่วทั้ง ๓ ภพ นับตั้งแต่ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ได้เสด็จยังสถานที่ต่างๆ เพื่อแสดงธรรมเทศนาสั่งสอนประชาชนเป็นเวลานาน ๔๕ ปีในปีที่ ๔๕ ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีพระชนมายุ ๘๐ พรรษาในวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๓ พระยามารได้มาเข้าเฝ้าและกราบทูล อาราธนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า “พระสัมมาสัมพุทธเจ้า งานทุกอย่างของพระองค์ได้สำเร็จเสร็จสิ้นแล้ว สมควรที่ พระองค์จะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานได้แล้ว” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรับอาราธนา ตามคำกราบทูลของพระยามาร ทรงตัดสินพระทัยที่จะปรินิพพานในอีก ๓ เดือนข้างหน้า ดังนั้นวันนี้จึงเป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงปลงอายุ สังขารของพระองค์ เมื่อพระอานนท์เถระได้ทราบเรื่องการปลงอายุสังขารของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เกิดความสดใส เป็นอย่างยิ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงปลอบโยนทำให้พระอานนท์คลายความสลดใจได้


• พุทธปรินิพพาน
จากนั้นพระองค์ก็เสด็จไปแสดงพระธรรมเทศนายังที่ต่างๆ ครั้นถึงวันขึ้น ๑๔ ค่ำเดือน ๖ ซึ่งในวันรุ่งขึ้น เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ากำหนดจะปรินิพพาน พระองค์ก็เสด็จกลับไปยังปาวานคร ทรงประทับที่ปาวาลเจดีย์ ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๖ ทรงเสด็จไปที่เมืองกุสินาราพร้อมกับพระอานนท์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสให้ พระอานนท์เถระไปตักน้ำ ณ ที่นั้นมีแม่น้ำเล็กๆ หมู่เกวียน ๕๐๐ เล่ม เพิ่งจะผ่านไปใหม่ๆ แต่น้ำในแม่น้ำนั้นยังใส สะอาดอยู่ พระอานนท์จึงใช้บาตรตักน้ำไปถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลังจาที่เสวยน้ำแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จไปที่สาละวโนทยาน(ป่าสาละ) ของมัลลกษัตริย์แห่งกรุงกุสินารา รับสั่งให้พระอานนท์ปูลาดอาสนะใต้ต้นสาละ คู่แล้วประทับบรรทมแบบสีหไสยาสน์ คือบรรทมตะแคงทางด้านขวา หันพระเศียรไปทางทิศเหนือ พระหัตถ์ขวายัน พระเศียรด้านขวาไว้ ส่วนพระบาทซ้ายทับพระบาทขวา โดยมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ทุกประการ ในคืนนั้นพระสัมมา สัมพุทธเจ้าประทานปัจฉิมโอวาทผ่านพระอานนท์เถระ และพระภิกษุสงฆ์อื่นๆ หลังจากที่ประทานปัจฉิมโอวาทแล้ว ก็มิได้รับสั่งใดๆ จนกระทั่งเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานในการปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระภิกษุสงฆ์ผู้ยัง เป็นปุถุชนอยู่กับพุทธบริษัททั่วประเทศมีความเศร้าโศกเสียใจเหลือประมาณ ในพิธีถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ ได้จัดอย่างยิ่งใหญ่แบบพระมหาจักรพรรดิ ครั้งนั้นกษัตริย์จากเมืองต่างๆ ๗ เมือง ได้แต่งราชทูตและกองทัพไปขอส่วน แบ่งพระสารีริกธาตุ เพื่อมาบรรจุไว้บูชาที่พระนครแห่งตน มัลลกษัตริย์แห่งกุสินาราไม่ยอมให้ กองทัพทั้ง ๗ พระนคก็ประชิดติดเมืองกุสินารา ฝ่ายโทณพราหมณ์ผู้เป็นบัณฑิต เป็นอาจารย์สอนไตรเพทแก่กษัตริย์ทั้งหลาย เห็นเหตุการณ์เช่นนั้น จึงได้เกลี้ยกล่อมกษัตริย์ทั้งหลายเลิกการประหัตประหารกันเพราะพระบรมสารีริกธาตุเป็นต้นเหตุ ขอให้มีความสามัคคีกัน ขอให้ทุกพระองค์มีส่วนได้พระบรมสารีริกธาตุ อัญเชิญไปสักการะทั่วกัน ขอพระบรมสารี ริกธาตุแพร่ออกไปยังพระนครต่างๆ เพื่อเป็นที่สักการบูชา เคารพของมหาชนทั่วไปเถิด กษัตริย์ทั้งหลายเมื่อได้สดับ คำแห่งพราหมณ์ก็พอพระทัย จึงพร้อมกันขอให้โทณพราหมณ์เป็นผู้แบ่งปันพระบรมสารีริกธาตุ พระบรมสารีริกธาตุ ถูกแบ่งไปบรรจุในพระสถูป ๘ แห่งในประเทศ พระสถูปหนึ่งได้สร้างไว้ ณ สถานที่ถวายพระเพลิง ส่วนที่สถูปที่อื่นๆ ซึ่งได้รับส่วนแบ่งของพระบรมสารีริกธาตุที่สร้างเป็นที่ระลึกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีทั้งหมด ๑๐ แห่ง

ตัวอย่างหนังการ์ตูน Animation เรื่อง “ประวัติพระพุทธเจ้า”

ตัวอย่างหนังการ์ตูน Animation เรื่อง “ประวัติพระพุทธเจ้า” : Official Extended Version

ข้อมูลและภาพ :
http://www.youtube.com
http://www.popcornmag.com
http://www.thelifeofbuddha.net 



    สินค้าที่เกี่ยวข้อง
ชื่อสินค้า : Buddha, The พระพุทธเจ้า + Collector's Book
ประเภทสินค้า : DVD ดีวีดี
ผู้จำหน่าย :
ประเภท :
ภาษา : thai
วันที่วางจำหน่าย : 22-07-2008
ราคาขาย : 1500 บาท
    
   
ชื่อสินค้า : สารคดีชุด ตามรอยพระพุทธเจ้า: สารคดีแห่งศตวรรษ
ประเภทสินค้า : DVD ดีวีดี
ผู้จำหน่าย : -
ประเภท : -
ภาษา : -
วันที่วางจำหน่าย : 15-04-2006
ราคาปกติ : 1200 บาท
ราคาขาย : 1150 บาท
ราคาพิเศษ : 1099 บาท
    
   
ชื่อสินค้า : ลามะ ปาฏิหาริย์เหนือมนุษย์
ประเภทสินค้า : VCD วีซีดี
ผู้จำหน่าย : GM Discovery
ประเภท : สารคดี
ภาษา : พากย์ไทย
วันที่วางจำหน่าย : 17-08-2007
ราคาปกติ : 109 บาท
ราคาขาย : 79 บาท
    
   

    >>> บทความทั้งหมด

    บทความแนะนำ

      ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช,VCD,DVD,CD,ตำนานสมเด็จพระนเรศวร,King Naresuan,พระนเรศวร,สมเด็จพระนเรศวร, ...
      โกยเถอะเกย์ Ghost Station เรื่องราวความรักระหว่าง “อู๊ด” กับ “ใหญ่” คู่รักพลพรรคชายรักชาย
      Ploy พลอย ความตายอันน่าเศร้าทำให้วิทย์และแดงเดินทางจากอเมริกากลับไทยพวกเขาเข้าพักในโรงแรมกลางกรุงวิ ...
      เมมโมรี่ รักหลอน Memory รักคือภาพสะท้อนของคนสองคน รักคือความไว้ใจ รักไม่มีวันตาย พร้อมกับรักผวาที่ล ...
      หนุมานคลุกฝุ่น,VCD,DVD,ความกดดันที่ยอดต้องแบกรับ ผลักดันให้เขากลายพันธ์สู่....มหาวานร …จึงเป็นฉายาท ...
      ปืนใหญ่ จอมสลัด The Queen of Lung Gasuka,VCD,DVD,mono2u บริการส่งถึงบ้าน
      สวย สิงห์ กระทิง แซ่บ Busaba Bold Beautiful,สนุกกวนป่วนฮา เรื่องหรรษาของแก๊งบ้าสุดติ่ง,VCD,DVD,mono ...
      แฟนผมเป็นผู้ชาย Boyfriend ภาพยนตร์การ์ตูนแนวโรแมนติกคอเมดี้ ความรักระหว่างชายกับชาย VCD,DVD,mono2u ...
      คนหิ้วหัว สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนลและบาแรมยูภูมิใจเสนอ เมื่อคนชั่วเจ็ดทีพร้อมจะทำดีเป็นครั้งสุด ...
      พระเอก หนังไทยอดีต,อดุลย์ ดุลยรัตน์,มิตร ชัยบัญชา,ไชยา สุริยัน,สมบัติ เมทะนี,กรุง ศรีวิไล,ยอดชาย,ไพ ...


บริษัท โมโนเทคโนโลยี จำกัด เลขที่ 200 หมู่ 4 อาคารจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ชั้น16
ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี 11120
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้าสัมพันธ์ : services@mono2u.com
Copyright © 2005 MONO2U Co., Ltd.. All rights reserved
เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ e-Commerce Registration Number 0127314801273