เรื่องย่อ
เรื่องราวกล่าวถึงพระราชประวัติของซุ่นจื้อฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ชิง ซุ่นจื้อฮ่องเต้พระชนมายุห้าชันษาเสด็จเถลิงราชสมบัติ พระชนมายุสิบสามชันษาทรงว่าราชการ พระองค์ทรงเป็นฮ่องเต้พระองค์แรกของราชวงศ์ชิง หลังจากที่ราชวงศ์ชิงยึดครองแผ่นดินจีนแล้วต้องเผชิญกับความขัดแย้งระหว่างชาวฮั่นกับชาวแมนจู ซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงใช้การสูญเสียชาติบ้านเมืองของราชวงศ์หยวนและราชวงศ์หมิงเป็นบทเรียน พระองค์ทรงตระหนักว่าชาวแมนจูซึ่งอยู่นอกด่านนั้นมีความล้าหลัง พระองค์จึงทรงรับวัฒนธรรมของชาวฮั่นผสมผสาน รวมถึงการปกครองอีกด้วย เพื่อพื้นฐานที่มั่นคงของชาติบ้านเมือง ซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงลำบากตรากตรำ พระองค์ทรงเผชิญกับความขัดแย้งระหว่างเชื้อพระวงศ์กับขุนนางในราชสำนัก แต่แล้วความขัดแย้งกับนำมาซึ่งความสูญเสียของทั้งสองฝ่าย ซุ่นจื้อฮ่องเต้ในวัยหนุ่มนั้นทรงเต็มไปด้วยอุดมการณ์ที่จะสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้ชาติบ้านเมือง แต่แล้วพระองค์ก็ทรงเบื่อหน่ายจึงทรงตัดสินพระทัยออกผนวช ชีวิตอันแสนรุ่งโรจน์ของซุ่นจื้อฮ่องเต้ต้องจบลงด้วยวัยยี่สิบสี่ชันษา ทำให้ผู้คนต่างพากันเสียดายในพระปรีชาความสามารถของพระองค์ เนื้อหาของเรื่องเริ่มต้นตั้งแต่ซุ่นจื้อฮ่องเต้พระชนมายุสิบสามชันษาทรงราชาภิเษกสถาปนาฮองเฮา..
ฮองเฮาไม่ใช่หญิงสาวที่ซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงโปรดปราน ก่อนราชาภิเษก ขันทีนำฉลองพระบาทที่ฮองเฮาทรงตัดเย็บด้วยพระองค์เองมาถวายซุ่นจื้อฮ่องเต้ แต่ในฉลองพระบาทนั้นได้ซุกซ่อนเข็มไว้ ทำให้ซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงได้รับบาดเจ็บที่ฝ่าพระบาท ตำหนักหลวงค้นหาคนร้าย ขันทีถูกจับกุมคุมขัง นางกำนัลฆ่าตัวตาย ความอลหม่านเกิดขึ้นในวังหลวง ซุ่นจื้อฮ่องเต้จึงทรงฉวยโอกาสนี้แสดงแสนยานุภาพของพระองค์โดยการยกเลิกพิธีราชาภิเษก เสี้ยวจวงไทเฮาพระราชมารดาซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงปลอบพระทัยซุ่นจื้อฮ่องเต้ เชื้อพระวงศ์ต่างทยอยเข้าไปทูลเกลี้ยกล่อมซุ่นจื้อฮ่องเต้ แต่ขุนนางชาวฮั่นกลับพากันเมินเฉย ซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงลังเลพระทัย ฮองเฮาทรงประชวร พระนางทรงมีไข้สูง แต่กลับทรงปฏิเสธไม่ยอมเสวยโอสถ พระนางไม่ทรงรับฟังคำเกลี้ยกล่อมของใครทั้งนั้น พระนางทรงเอาแต่พระทัย ทำให้วังหลวงโกลาหลขึ้นอีกครั้ง หมอหลวงจนปัญญาเพราะไม่สามารถถวายการรักษาฮองเฮาได้ เสี้ยวจวงไทเฮาจึงทรงปรึกษาหารือกับหมอหลวงชาวต่างชาติ หมอหลวงชาวต่างชาติกลับมีวิธีการที่ธรรมดามาก โดยการให้ฮองเฮาทรงเสวยน้ำอุ่นมากๆ อาการประชวรของฮองเฮาหายเป็นปลิดทิ้ง ทุกคนต่างพากันดีใจที่ฮองเฮาทรงหายจากอาการประชวร เสี้ยวจวงไทเฮาทรงพระสรวลกับวิธีการรักษาของชาวต่างชาติ ทำให้ชาวต่างชาติโกรธมาก ในที่สุดซุ่นจื้อก็ทรงเข้าพิธีราชาภิเษก ราวกับว่าสวรรค์ได้ลิขิตไว้แล้ว เหตุกาณ์ต่างๆอันเลวร้ายได้เกิดขึ้นกับซุ่นจื้อฮ่องเต้ แม้ว่าพระองค์จะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน แต่สิ่งที่พระองค์ทรงดำริไว้กลับไม่เป็นไปตามพระราชประสงค์ คนรอบข้างต่างพากันบีบบังคับให้พระองค์ทรงทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะรวบรวมแผ่นดินเป็นหนึ่งเดียว แต่ทหารต้าหมิงก็ยังคงแข็งข้อ โดยเปิดศึกสงครามกับต้าชิง อย่างต่อเนื่อง ทำให้สูญเสียกำลังทหารและเงินในท้องพระคลังไปเป็นจำนวนมาก ซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงมีพระราชประสงค์ที่ จะสร้างความ สมานฉันท์ แต่กลับแลกด้วยการนองเลือด จนเป็นมรสุมอันยิ่งใหญ่ สถานการณ์เลวร้ายขึ้นทุกที ซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงหลงใหล ใน วัฒนธรรมของชาวฮั่น พระองค์ทรงรับวัฒนธรรมที่ดีของชาวฮั่นเข้ามาปรับใช้ แต่กลับถูกเชื้อพระวงศ์คัดค้านแม้ว่าซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงยก เลิกพิธีราชาภิเษกไปได้แล้วก็ตาม แต่พระราชมารดาก็ทรงหาผู้หญิงที่พระองค์ทรงไม่โปรดปรานมาเป็นฮองเฮา คิดจะทิ้งก็ทิ้งไม่ได้ ซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงโปรดปรานน้องชายของฮองเฮา พระองค์ทรงแต่งตั้งให้เป็นขุนนางใหญ่ในราชสำนักแต่น้องชายของฮองเฮา กลับฆ่าตัวตาย ผู้หญิงที่ซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงโปรดปราน แต่นางกลับต้องเป็นเป้าถูกปองร้ายจากคนรอบข้างซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรง โปรดปราน องค์ชายสี่ พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์สถาปนาองค์ชายสี่ขึ้นเป็นรัชทายาท แต่กลับมีคนจ้องปองร้ายองค์ชายสี่
ซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงคัดเลือกขุนนาง โดยทรงมีพระราชประสงค์กำจัดขุนนางที่ไร้ความสามารถ แต่พระองค์กลับทรงพบว่าราชสำนัก เต็มไปด้วยขุนนางที่ไร้ความสามารถซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุข แต่กลับมีภัยธรรมชาติเกิดขึ้น ไม่หยุดหย่อน พสกนิกรต้องพบกับความทุกข์ยากลำบากซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงตัดสินคดีสำคัญเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู แต่ขุนนางทั้งหลาย กลับไม่หวาดเกรงเลยแม้แต่น้อยซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงประหารขันทีที่รับสินบน เลือดยังไม่ทันแห้ง ก็มีการรับเด็กจำนวนมากเข้ามาเป็นขันที
ซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงลงโทษขุนนางที่ซื้อขายตำแหน่ง แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาการรับสินบนได้ ซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงเผชิญกับแรงกดดัน ในราชสำนัก พระองค์ทรงใช้งานขุนนางชาวฮั่นที่มีความรู้ความสามารถ แต่แล้วพระองค์ก็ต้องประหารขุนนางที่ว่านั้น
ซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงรับศาสนาคริสต์ของชาวต่างชาติ แต่แล้วพระองค์ก็ทรงเลื่อมใสพุทธศาสนา สร้างความผิดหวังให้ชาวต่างชาติยิ่งนัก ซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงเบื่อหน่ายต่อคำสรรเสริญเยินยอของขุนนางและเชื้อพระวงศ์ ซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงมีน้ำพระทัยดีงาม แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ ที่ทำให้พระองค์ต้องเปลี่ยนไป ซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะร่วมเรียงเคียงหมอนกับหญิงที่พระองค์รัก แต่แล้วก็ต้องมีเรื่อง ที่ผิดใจกัน ได้รับความเจ็บปวดทั้งสองฝ่าย ซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงมีความปรารถนาที่จะความจริงที่เลวร้าย ทรงปรารถนาที่จะสลัดจากความรัก ในที่สุดหญิงที่พระองค์รักก็ต้องจากพระองค์ไป สร้างความเศร้าโศกเสียพระทัยให้พระองค์ยิ่งนัก ซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงแสวงหา การหลุดพ้น ตามแนวพุทธศาสนา ทางเดียวที่จะทำให้พระองค์ทรงหลุดพ้นคือความตายผู้หญิงที่ซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงเคารพนับถือและไว้วางพระทัย มากที่สุดคือเสี้ยวจวงไทเฮาซึ่งเป็นพระราชมารดาของพระองค์เอง พระนางกลับนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ชีวิตของพระองค์ ซุ่นจื้อฮ่องเต้ทรงไม่โปรดปรานสนมถง แต่เสียนเย่ลูกชายของนางกลับเป็นผู้สืบราชสมบัติต่อจากพระองค์ ซึ่งรู้จักกันในนามคังซีฮ่องเต้ ซึ่งเนื้อหาในภาพยนตร์กล่าวถึงชีวิตในวังหลวง พระราชประวัติของซุ่นจื้อฮ่องเต้ซึ่งไม่มีใครเคยรู้มาก่อน
นำแสดงโดย เติ้งเชา ฮ่าวเหลย ฮั่วซือเยี่ยน ฟานหง เหอไซ่เฟย หวังฮุย หลี่เจี้ยนอี้ หลีฝ่าเฉิง อู่ลี่ผิง

ภาพวาด ของ จักรพรรดิซุ่นจื้อ
พระราชประวัติของ จักรพรรดิซุ่นจื้อ
จักรพรรดิซุ่นจื้อ เป็นจักรพรรดิรัชกาลที่ 3 ของราชวงศ์ชิงแต่ในบางครั้งจะนับพระองค์เป็นจักรพรรดิองค์แรก ด้วยเพราะพระองค์เป็นจักรพรรดิของราชวงศ์ชิงพระองค์แรกที่ได้ประทับในพระราชวังต้องห้ามที่กรุงปักกิ่งและราชวงศ์หมิงถึงกาลสิ้นสุดอย่างแท้จริง
มีพระนามเดิมว่า ฟู่หลิน ทรงขึ้นครองราชย์เพียงพระชนม์พรรษา 6 ขวบ ในปี ค.ศ. 1643 หลังการสวรรคตของจักรพรรดิเทียนชงหรือ หวงไท่จี๋ พระราชบิดา แต่พระองค์ต้องถูกใต้การสำเร็จราชการแผ่นดินของอ๋องทอร์คุน พระอนุชาต่างพระมารดาของพระราชบิดา ซึ่งอ๋องทอร์คุนนับว่าเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลอย่างมาก อีกทั้งยังมีสิทธิ์ที่จะได้ขึ้นครองราชย์อีกด้วย อ๋องทอร์คุนได้กระทำการหลายอย่างที่จะไม่ให้พระองค์เจริญชันษามาด้วยความปรีชาสามารถ เช่น ไม่สนับสนุนให้ทรงเล่าเรียน เป็นต้น แต่ทว่า อำนาจของอ๋องทอร์คุนก็ถูกคานจากพระนางเสี้ยวจวง พระมารดา ภายหลังที่อ๋องทอร์คุนเสียชีวิต พระองค์จึงได้อำนาจในการปกครองอย่างแท้จริง
แต่พระองค์ก็นับว่าเป็นจักรพรรดิอีกพระองค์หนึ่งที่อาภัพมาก ด้วยทรงไม่อาจสามารถจะสมรสกับหญิงคนรักที่เป็นชาวฮั่นได้ ด้วยพระนางเสี้ยวจวงคัดค้านอย่างหนักแน่น ทำให้พระองค์โศกเศร้าทรงพระทัยมากจนแทบสิ้นสติ และได้กักขังตนเองไว้
จักรพรรดิซุ่นจื้อ สิ้นพระชนม์ด้วยพระชันษาเพียง 24 ด้วยโรคทรพิษในปี ค.ศ. 1661 และต่อมาพระโอรสลำดับที่ 4 ของพระองค์ คือ องค์ชายเสวียนเย่ ได้ขึ้นครองราชย์ในนาม จักรพรรดิคังซีซึ่งกลายมาเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ชิง และพระนางเสี้ยวจวงก็เป็นผู้อุปการะพระองค์มาโดยตลอด และได้เปลี่ยนสถานะพระองค์เป็นไท่หวงไทเฮา