|
“พายุ คลาร์ค” อัลบั้ม “พายุ” 
“กามิกาเซ่” (Kamikaze) ปล่อย “พายุ” ลูกใหม่...ถล่มวงการเพลง หลังจากปล่อยศิลปินสาวๆออกมาทำวงการเพลงให้คึกคักแล้ว ล่าสุด ค่าย “กามิกาเซ่” บริษัทในเครืออาร์เอสฯ ได้ปล่อยคลื่นลูกใหม่อย่าง “พายุ คลาร์ค” ลูกครึ่งไทย – อเมริกัน เจ้าของ อัลบั้ม “พายุ” ออกมาถล่มวงการเพลง ด้วยลีลาการเต้น ที่สามารถสะกดทุกสายตาไว้ได้เลยทีเดียว งานนี้ “พายุ” ถึงกับออกปากยืนยันความสนุกในอัลบั้มนี้ให้ฟังว่า “สำหรับอัลบั้ม “พายุ” เป็นอัลบั้มแรกของผม ซึ่งมีเพลง “storm” เป็นเพลงเปิดตัวเพลงแรก หลังจากที่เปิดตัวเพลงนี้ออกไป ก็มีหลายๆคนชื่นชอบ เพราะด้วยจังหวะที่สนุกสนาน บวกกับซาวน์ดนตรีที่แปลก และมีสีสัน อย่างเสียงไฟฟ้าสปาร์ค หรือไม่ก็เสียงพายุ ซึ่งผมเรียกแนวเพลงแบบนี้ว่า “Innovate Pop” มันจะไม่ใช่เพลง “ป๊อป” ธรรมดา แต่เป็น “ป๊อป” ที่ล้ำสมัย ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการเต้น แล้วยิ่งผมเป็นคนที่ชอบเต้นอยู่แล้ว มันเลยเป็นการพบกันอย่างลงตัวเลยทีเดียว และตอนนี้มิวสิกเพลง “storm” ก็ได้ถ่ายทำไปเสร็จเรียบร้อย มีการใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิคเข้ามาช่วย ออกแนว “แฟนตาซี” ผมอยากให้ลองติดตามกันดู และสุดท้าย ผมก็ขอฝากอัลบั้ม “พายุ” ไว้กับเพื่อนๆทุกคนด้วยครับ ขอบคุณครับ” ดาวน์โหลดฟังเพลงนี้ได้ก่อนใครทาง www.mixiclub.com >> ประวัติศิลปิน "พายุ คลาร์ค" << | ชื่อศิลปิน | :: พายุ คลาร์ค ชื่อเล่น Storm ลูกครึ่งไทย - อเมริกัน | | อายุ | :: 15 ปี (28/06/34) | | ผลงาน | :: AD.TRUE , ZEROG , KSC internet , lotus | | ความสามารถพิเศษ | :: เต้น hip hop / street dance / jazz, คาราเต้สายดำ / มวยไทย | | ชื่ออัลบั้ม | :: พายุ อัลบั้ม STORM | | แนวเพลง | :: INNOVATE POP | | วางแผง | :: 14 มิถุนายน 2550 | | MPU&Promoter | :: KAMIKAZE | | Executive Prodution Supervisor | :: สุทธิพงษ์ วัฒนจัง | | Executive Producer | :: อาทิตย์ เลิศ | | Producer | :: กนก กิติภูรี | | Promotor Team | :: พี่จีน / จิ๊บ/ แหม่ม *2525 | | Co-ordinator | :: น้อง / พร *2524 |

...พายุ กับ อัลบั้ม STORM...
-> ศิลปินชายคนแรกจากค่าย KAMIKAZE หลังเปิดตัว แรงสมชื่อในงานแถลงข่าวเปิดค่าย KAMIKAZE และ www.zheza.com เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2550 ชื่อและท่าเต้นของพายุก็เข้าไปอยู่ในความสนใจของแฟนเพลง ที่ถามกันเข้ามาในเว็บไซค์ว่าเค้าคือใคร มาจากไหน? ทำไมถึงเต้นเก่ง? รวมถึงคำถามที่ถามกันเข้ามามากที่สุดว่า เมื่อไหร่พายุจะมีอัลบั้ม เดี่ยวของตัวเอง?
First Storm -> ปี 1991 เด็กผู้ชายคนนี้ถือกำเนิดขึ้น ณ บาฮาเรน (ประเทศแถบตะวันออกกลาง) ท่ามกลางสงครามทะเลทราย Dessert Storm สงครามระหว่าง อเมริกา VS อิรัก เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น เด็กผู้ชายคนนี้จึงได้ชื่อว่า พายุ (Storm) First Sight -> ปี 1999 ใครจะเชื่อว่าการดูทีวีตอนบ่ายของวันธรรมดาๆ จะเปลี่ยนชีวิตเด็กผู้ชายธรรมดาคนนึงตลอดไป ถ้าไม่ใช่เพราะวงๆ นั้น (N’SYNC) จากที่ไม่เคยสนใจเรื่องการเต้น หลังจากดูคอนเสิร์ตวันนั้นจบ ชีวิตของพายุ ก็ได้เริ่มต้นขึ้น First Step -> ปี 2000 การค้นพบในชั่วโมงเรียนเต้น (hip hop จากฝั่งตะวันตก) ข้ามน้ำข้ามทะเลมาฝั่งตะวันออกเพื่อฝึกฝน Jazz dance และ street dance ยังไม่นับ cd/dvd ทุกแผ่นจากทั่วทุกมุมโลก ที่หลอมรวมเค้าเข้าสู่โลกที่พายุให้นิยามว่า “โลกที่ beat อยู่ที่หัวใจของผม” First Single -> ปี 2007 อัลบั้มแรกของ พายุ “STORM” เริ่มจากการคุยถึงสไตล์แนวเพลงที่พายุสนใจ ทีมงานและพายุต้องทำการบ้านอย่างหนักตั้งแต่เริ่มต้นหา reference และพูดคุยเพื่อปรับความคิดให้ไปในทางเดียวกัน ทั้งในส่วนของดนตรี และเนื้อร้องเพื่อให้ได้ออกมาเป็นตัว พายุ มากที่สุด จนกลายเป็นที่มาของแนวเพลง INNOVATE POP ดนตรี POP ที่ไม่ใช่ POP แบบ basic ทั่วไป แต่เต็มไปด้วย sound อิเล็คทรอนิค และ gimmic sound ที่เพิ่มความน่าสนใจให้กับเพลง เพลงแรกของ พายุ “STORM” กับแนวเพลง INNOVATE POP พร้อมเปิดตัว MUSIC VIDEO การร่วมงานข้ามชาติครั้งแรกของผู้กำกับมือรางวัล Anders Eideberg จากสวีเดน ติดตามได้ทางรายการ RS. และทาง www.zheza.com ปลายเดือนพฤษภาคมนี้ Promoted Tracks -> STORM 3:56 Single แรกเปิดตัว กับแนวเพลง INNOVATE POP ที่เต็มไปด้วย detail เสียงพายุที่ใส่เข้ามาในเพลง พร้อม word ที่ติดหูตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยิน “ ไม่ใช่แค่ลมพัด แต่เนี้ยพายุ YOU KNOW WHAT I MEAN ”

>> บทสัมภาษณ์ "พายุ คลาร์ค" เจ้าของอัลบั้ม "พายุ" << - Storm : "ไม่ใช่แค่ลมพัด แต่เนี่ย... พายุ" พายุ คลาร์ค เป็นเด็กหนุ่มตัวสูงทีเดียวสำหรับในวัย 15 ปีของเขา แม้เราจะรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกัน แต่ดูๆไปแล้วหนุ่มคนนี้ หน้าตาค่อนมาทางเอเชียอยู่ไม่น้อย ที่ทำให้เราแปลกใจอีกอย่างหึ่งก็คือ พายุ เป็นลูกครึ่งที่พูดภาษาไทยได้คล่องแคล่วมาก จนไม่น่าเชื่อว่าเขาใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่อเมริกามาก่อน - แนะนำตัวหน่อย "พายุครับ ตอนนี้อายุ 15 ย่าง 16" - ไปยังไงมายังไง "ก่อนหน้าที่จะได้เข้ามาเป็นสมาชิก ผมใช้วิธีสส่งเดโมมาที่ RS เลย หลังจากที่มีคนเห็นผมเต้นอยู่คนเดียวมานานแล้ว เค้าก็บอกว่า ไปเหอะ ถึงเวลาแล้ว (หัวเราะ) ตอนนั้นผมคิดแค่อยากเป็นแดนเซอร์นะครับ ในหัวไม่ได้คิดเรื่องร้องเพลงเลย แต่พอส่งเดโมเข้ามาปุ๊ป เช้าของอีกวันผมก็ถูกเรียกตัวเข้ามาเลย แล้วตอนนั้นผมอ้วนมาก... นี่ถูกสั่งให้ลดน้ำหนักลงไปตั้ง 15 กิโลฯ ตอนที่ถูกเรียกเข้ามา พี่เค้าก็บอกเลยว่า สนใจจะเข้ามาเป็นหนึ่งในกลุ่ม Kamikaze ไหม เพราะนี่จะเป็นโปรเจ็กต์ใหม่ของทาง RS พอดี ลุกผมก็เหมาะด้วย หลังจากนั้นผมก็ได้เข้ามาฝึกร้องเพลง ฝึกเต้นตั้งแต่เบสิกอย่างถูกวิธีครับ จากตอนนั้นมาก็ปีนึงพอดี ตอนที่ผมเข้ามาใหม่ๆยังอายุแค่ 14-15 อยู่เลย" - ทำงานกับพี่ชมพู "ทีแรกผมไม่รู้จักหรอกครับว่า พี่พู คือใคร คุณแม่ก็บอกผมว่า เนี่ยเมื่อก่อนพี่เค้าเป็นนักร้องอยู่วงฟรุตตี้ ผมก็โอเค... แต่ก็ไม่รู้จักหรอกนะ (หัวเราะ) แต่พอได้เข้ามาคุยกับพี่เค้า ผมชอบพี่เค้ามาก พี่พูเป็นคนสนุก แล้วก็เป็นแบบอย่างของผมด้วยนะครับ" - ความสามารถพิเศษ "ผมเป็นคนที่มีพื้นฐานการเต้นมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว คือเต้นได้ทั้งฮิปฮ็อป สตรีตแดนซ์ แล้วก็แจ๊ส ซึ่งก็อาศัยฝึกเองนะครับ แต่ก็ด้วยความที่มีความรู้ด้านวิชาศิลปะการป้องกันตัวมาก่อนก็ช่วยได้มากเลยว่าเราควรจะเคลื่อนไหวร่างกายยังไงบ้าง ผมเล่นคาราเต้มาตั้งแต่เด็ก แล้วก็ได้สายดำมาตั้งแต่อายุ 9 ขวบน่ะครับ ทีนี้พอกลับมาอยู่เมืองไทย อาจารย์ที่เคยสอนผมก็บอกว่า อย่าทิ้งนะ ให้หมั่นฝึกฝนวิชาการต่อสู้พวกนี้ไปเรื่อยๆ แต่ที่เมืองไทย แทนที่ผมจะเลือกเรียนคาราเต้ ผมว่าเราอาจจะยังสู้เขาไม่ได้ แต่ที่เมืองไทยเก่งที่สุดด็คือ มวยไทยนี่แหละ ผมก็เลยฝึกมวยไทย แต่ไม่เก่งหรอกนะครับ ยังถือว่าอยู่ในระดับเด็กๆมาก" - วัยเด็ก "ผมเกิดที่เมืองไทย แล้วก็ย้ายไปอยู่ที่อเมริกาตั้งแต่เด็ก ไปอยู่ที่โน่นหลายปีเหมือนกัน แล้วก็ค่อยกลับมา เพราะคุณแม่บอกว่า ยังไงครึ่งหนึ่งเราก็เป็นคนไทย แม่อยากจะให้เราพูดภาษาไทยและไม่ลืมความเป็นคนไทยครับ" - แนวเพลงในอัลบั้ม Storm "สำหรับแนวเพลงในอัลบั้มนี้ ผมเรียกมันว่า Innovate Pop ครับ เป็นป๊อปในแบบของผมที่เราคิดค้นกันขึ้นมา การเต้นก็เหมือนกัน ทุกอย่างคือพายุ และเกิดจากความเป็นตัวผมเองทั้งหมดล้วนๆ ในอัลบั้มจะมีเพลงทั้งหมด 5 เพลงครับ Strom คือเพลงเปิดตัวเพลงแรก ซาวน์ดของมันจะเป็นแดนซ์ซึ่งมีเสียงเหมือนไฟฟ้าสถิตย์อยู่ด้วย แสดงให้เห็นถึงความรุนแรง เหมือนกับเวลาที่เกิดพายุน่ะครับ ส่วนเพลงอื่นๆ ในอัลบั้มนี้ มีเพลงที่เรียกได้ว่าเป็นเพลงแดนซ์จริงๆแค่เพลงเดียวเองนะ แต่เชื่อไหมครับ ผมกลับชอบร้องเพลงช้ามากกว่านะ" - MV แรกในชีวิต "ผมโชคดีมากที่ MV เพลงแรกของผมได้ตัว Anders Eideberg ผู้กำกับมือรางวัลชาวสวีเดนมาช่วยกำกับให้ คนคนรู้จักของคนรู้จักของผมอีกทีไปเจอเค้าโดยบังเอิญในช่วงสงกรานต์ เดาเอาว่าเค้าคงมาเที่ยวสงกรานต์พอดีน่ะครับ พอถามว่าเค้าอยากลองทำไหม เค้าก็บอกอยากทำ และอยากให้เป็นงานชิ้นมาสเตอร์พีซอีกชิ้นนึงเลย ต้องถือว่าผมโชคดีมากเลยล่ะครับ" - การแสดงบนเวที "ผมยังไม่มีโอกาสได้ขึ้นโชว์เดี่ยวของตัวเอง การโชว์ครั้งแรกของผมก็คือตอนที่เปิดตัวกลุ่ม Kamikaze ที่ลานน้ำพุพารากอน ซึ่งเป็นเวทีที่ใหญ่มาก ผมตื่นเต้นมาก ก่อนขึ้นก็ยังจำได้ว่าจับมือกับเพื่อนๆแล้วก็ให้กำลังใจกัน คือตอนขึ้นไปบนนั้นทั้ง 20 คนน่ะ มันยังไม่เท่าไหร่ไงครับ แต่พอเป็นถึงช่วงที่ผมต้องโชว์เนี่ย โอ้โห มันตื่นตื่นเต้นจนไม่รู้จะพูดยังไงดี ตอนที่จะขึ้นไปนี่ผมกลัวมากไม่อยากขึ้นไปเลย แต่พอได้ขึ้นไปบนนั้นแล้วได้ยินเสียงกรี๊ด ผมใจชื้นขึ้นเยอะ ตอนจะจบเนี่ย ผมไม่อยากลงมาเลยล่ะ" - Kamikaze 'กับกลุ่มเพื่อนใน Kamikaze เราจะสนิทกันมากครับ โดยเฉพาะพวกเพื่อนผู้ชาย เพราะเราเคยรู้จักกันมาก่อนแล้ว ก็เป็นเพื่อนกันนี่แหละ ตอนที่ผมเข้ามาครั้งแรกเนี่ย ผมเป็นผู้ชายคนเดียวเลยนะ นึกดู ผู้ชายคนเดียวในกลุ่มผู้หญิง 17 คน โอ้โห... รู้สึกดีมาก แต่พอได้รู้จักกัน น้องๆอย่างซนเลยครับ (ส่ายหน้า) แต่ผมชอบโฟร์มดนะ เห็นทีแรกยังคิดเลยว่า จะเข้าไปขอลายเซ็นดีไหม แต่ความสัมพันธ์ในกลุ่มของพวกเราแน่นแฟ้นมากครับ แต่ก็นะ... ผมมักจะโดนแกล้งอยู่เรื่อย เพราะออกเดี่ยวใช่ไหม คนอื่นๆเค้าเป็นวงกันเวลามีอะไรเค้าก็มารุมผม แล้วอย่านึกว่าพวกสาวๆจะช่วยนะ กลับช่วยซ้ำเติมหนักเข้าไปอีก หันไปหาโปรดิวเซอร์ก็โดนสวนกลับมาว่า สมควรแล้ว ดูเอาเถอะครับ" - Zheza "ตอนนี้เรามี Zheza.com เว็ปไซต์เฉพาะของพวกเรา ซึ่งทุกคนใน Kamikaze ก็จะหมั่นเข้าไปอัปฯไดอารี่ของตัวเองบ่อยๆ ขอบอกก่อนนะครับว่าพวกเราเข้าไปอัปฯกันเองหมดเลย บางคนอาจจะคิดว่าเรามีพวกพี่ๆทำให้ แต่ผมบอกเลยนะครับ ทุกวันเวลาผมมาที่ RS พอขึ้นไปชั้นบน ก็จะเห็นแต่ละคนออนไลน์ เข้าไปง่วนอยู่กับการอัปฯหน้าของตัวเองกันใหญ่ ขนาดพี่โฟร์นี่ยุ่งมาก ไม่ค่อยมีเวลา อาจจะนานถึง 2 เดือน แต่พี่โฟร์ก็จะอัปฯด้วยตัวเองตลอดครับ ของผมก็ ตอนนี้แซงหน้าเพื่อนๆผู้ชายไปหมดแล้ว (หัวเราะเขินๆ) ดีใจครับ ก็มาแข่งกันว่าของใครจะมึคนเข้ามาเยอะที่สุดด้วย" - เป้าหมายในการทำงาน "ผมไม่ได้รู้สึกกดดันตัวเองนะ แล้วก็ไม่คิดจะไปแข่งกับใครด้วย เป้าหมายผมน่ะคืออยากเป็นอันดับหนึ่ง ผมว่าลึกๆแล้วศิลปินทุกคนก็คิดแบบนี้แหละ เพียงแต่ไม่มีใครพูดเท่านั้นเอง เป็นศิลปินก็ต้องอยากมีเพลงที่ขึ้นไปติดอยู่ในอันดับหนึ่งทั้งนั้น ถึงแม้ว่าเดี๋ยวนี้จะมีศิลปินออกมามากมาย แต่ผมว่าคู่ต่อสู้เพียงคนเดียวของผมก็คือคนที่อยู่ในกระจกนั่นเองครับ" - การเต้น "ก่อนหน้านั้นผมคิดว่าการที่จะมาเต้นๆอะไรแบบนี้มันเป็นเรื่องของผู้หญิงค้าทำกัน ผู้ชายน่ะมันจะต้องศิลปะการต่อสู้สิ แต่พอผมมีโอกาสได้เห็นโชว์ของ ‘N Sync ผมเปลี่ยนความคิดเลย เพราะมันเจ๋งแล้วก็เท่มาก ผมรู้สึกเลยว่าอยากจะเต้นให้ได้แบบนั้นบ้าง ตอนนี้ผมชอบ Justin Timberlake ชอบ Usher ชอบ Seven จะหนักไปทางศิลปินที่เก่งทั้งร้องทั้งเต้นน่ะครับ" - ภาษาไทยกับการเรียน "เมื่อตอนที่ผมอยู่อเมริกา ผมพูดภาษาไทยแทบจะไม่ได้เลย ตอนกลับมาเรียนยังโดนเพื่อนแกล้งเรื่องภาษาไทยที่ไม่ชัดของตัวเองอยู่บ่อยๆ แต่พออยู่ไปได้ซัก 3 เดือนก็พูดได้เยอะแล้วครับ ผมเป็นคนพูดเก่งด้วยไง ก็เลยไปได้เร็ว มาพูดคล่องเลยจริงๆก็ช่วงสองปีหลังมานี้เองครับ แต่ตอนนี้ผมไม่ได้เรียนอยู่ที่ไหนนะ ผมเรียนเป็นโฮมสกูลอยู่ที่บ้าน เพราะมันจะเหมาะกับผมมากกว่า เมื่อก่อนตอนอยู่อเมริกา ผมเรียนดีมากเลยนะ 90%-95% เลย แต่พอมาที่นี่ มันเหมือนเราก็ขยันเท่าคนอื่นแต่กลับเรียนได้แค่ 70% แล้วเราก็เสียเปรียบคนอื่นในเรื่องภาษา อีกอย่างอาจารย์คนนึงต้องดูแลนักเรียนทีตั้ง 30 คน อย่างเก่งก็ถามตอบคำถามได้แค่ 2 คำถาม แต่ถ้าเรียนแบบตัวต่อตัวกับครูที่บ้าน ต่อให้เป็นเรื่องที่เราไม่อยากจะเข้าใจ เราก็ต้องเข้าใจล่ะครับ ในอนาคตผมจะกลับไปเรียนต่อแน่นอน คิดว่าน่าจะเป็นที่ UCLA นี่แหละครับ คงเรียนด้านนิเทศฯแล้วก็เรื่องการทำหนัง ไม่คิดว่าจะหนีไปจากนี้เท่าไหร่หรอกครับ" - ครอบครัว "พ่อกับแม่ผมให้การสนับสนุนผมมากครับ ผมอยากทำอะไรท่านก็สนับสนุนหมด ยิ่งแม่นะ... แม่ผมเท่มาก วัยรุ่นมาก แม่ชอบดูหนังแบบสุดๆ เวลาแม่มารอรับผม แม่ก็จะไปดูหนังฆ่าเวลา แล้วแม่จะชอบอย่าง Johnny Depp ชอบ Orlando Bloom อย่างนี้ ไอดอลของวัยรุ่นทั้งนั้นเลย มีการเอารูปมาติดแล้วก็ปลาบปลื้มเองด้วยนะ ผมก็เลยกลายเป็นคนที่ชอบดูหนังเหมือนคุณแม่เลย นี่ล่าสุดก็เพิ่งดู Pirates of The Caribbean ภาค 3 ไป ผมว่าผมชอบแล้วนะ เจอแม่ดูไปตั้งไม่รู้กี่รอบ อย่างหนัง เจอแม่ดูไปตั้งไม่รู้กี่รอบ อย่างหนัง สมเด็จพระเรศวรนี่ แม่ดูไปตั้ง 8 รอบ Star Wars อีกตั้ง 5-6 รอบ เหลือเชื่อมาก" - ถึงแฟนๆ "อยากจะฝากให้ทุกคนช่วยติดตามผลงานชุดนี้ด้วยนะครับ คือผมทำทุกอย่างเต็มที่มากๆเลย มันก็คงจะดีถ้าหากมีคนชื่นชอบผลงานของผมบ้าง ขอบคุณมากนะครับ" 
:: ข้อมูลและภาพ ::
http://www.rs.co.th/ http://www.mixiclub.com/ http://www.clubs4sms.com/
|