|
ปูยี จักรพรรดิที่โลกไม่ลืม 
นำแสดงโดย : หวังจื่อหัว, เจียงเหวินลี่, ฉินไห่ลู่, เฉินจิ่น, หลินซู, หลี่หลิน, เหลียงอิน <<< เรื่องย่อปูยี จักรพรรดิที่โลกไม่ลืม >>> ปูยี ฮ่องเต้ลำดับสุดท้ายของราชวงศ์ชิง ทรงคัดเลือกฮองเฮาและพระสนมท่ามกลางการแก่งแย่งกันระหว่างผู้ที่เข้ามาคัดเลือก ปูยีทรงเลือก หวั่นหยง เป็นฮองเฮา และ เหวินซิ่ว เป็นพระสนม เหวินซิ่วเป็นหญิงสาวที่สุภาพอ่อนโยนตรงไปตรงมา ส่วนหวั่นหยงนั้นเป็นหญิงสาวที่ได้รับการศึกษามาจากต่างประเทศอุปนิสัยของนางเป็นคนรักสนุก หวั่นหยงเป็นหญิงสาวที่ได้รับการศึกษาจากต่างประเทศ เมื่อต้องไปใช้ชีวิตในวังหลวงทำให้นางไม่สามารถรับธรรมเนียมเก่า ๆ ในวังหลวงได้ แต่ด้วยความที่นางได้รับการศึกษาจากต่างประเทศมีความคิดก้าวหน้าทำให้นางเป็นที่โปรดปรานของปูยียิ่งนัก เหวินซิ่วซึ่งได้รับการอบรมสั่งสอนมาจากธรรมเนียมเดิม ๆ แม้ว่านางมีความปรารถนาที่จะเป็นพระสนมที่ดีแต่ปูยีกลับทรงปฏิบัติด้วยความเย็นชา ค.ศ.1924 เกิดสงครามภายใน ฝงอี้เสียง นำกองกำลังเข้าวังหลวงบีบบังคับให้ปูยีสละราชสมบัติ กองกำลังทหารขับไล่ปูยีออกจากวังหลวงปูยีทรงพาฮองเฮาและพระสนมระหกระเหิน หวั่นหยงเอาแต่ใจตัวเองเหวินซิ่วลำบากแต่ก็ไม่ปริปากบ่นนางเห็นใจปูยียิ่งนัก ทำให้ความรู้สึกที่ปูยีทรงมีต่อหญิงสาวทั้งสองเปลี่ยนไป ด้วยสถานการณ์บ้านเมืองที่บีบบังคับปูยีทรงไม่มีทางเลือกจึงต้องทรงพึ่งพาชาวญี่ปุ่นพระองค์ทรงลี้ภัยไปอยู่ที่เทียนจิน ปูยีซึ่งทรงมีพระราชประสงค์ที่จะกอบกู้ราชบัลลังก์คืนมา พระองค์จึงทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับญี่ปุ่นในเวลาเดียวกันเหวินซิ่วทนไม่ได้ที่ถูกปูยีทรงปฏิบัติต่อนางด้วยความเย็นชา นางจึงตัดสินใจหย่ากับปูยีศาลซึ่งเพิ่งถูกจัดตั้งขึ้นมานั้นได้รับคดีการหย่าร้างของฮ่องเต้ไว้ แม้ว่าปูยีทรงไม่ยอมรับคำพิพากษาของศาลแต่ก็ไม่สามารถขัดอำนาจศาลได้ หลังจากที่ศาลพิพากษาแล้ว ปูยีในฐานะฮ่องเต้ทรงถอดถอนเหวินซิ่วจากพระสนม สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปชาวญี่ปุ่นใช้ปูยีเป็นเครื่องมือ ปูยีทรงถูกญี่ปุ่นหลอกใช้ทำให้พระองค์ทรงลี้ภัยโดยได้มีการจัดตั้งรัฐบาลหุ่นเชิดขึ้นมาที่หมานโจว หวั่นหยงประสบความลำบากกว่าที่จะเดินทางมาถึงหมานโจวและพบว่าความฝันที่จะกอบกู้ราชบัลลังก์ของปูยีต้องพังทลายลง ช่องว่างของนางกับปูยีนั้นชัดเจนขึ้นและมีมากขึ้นทุกที หวั่นหยงเกิดความอ้างว้างเดียวดาย ทำให้นางเผลอใจมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ หลี่จง ทหารองครักษ์ ปูยีทรงกริ้วมากจึงทรงขับไล่หวั่นหยงไป พระองค์ทรงทรมาณหวั่นหยงอย่างหนักจนนางเสียสติไปในที่สุด ชาวญี่ปุ่นฉวยโอกาสนี้เจริญสัมพันธไมตรีกับปูยีโดยให้ปูยีอภิเษกสมรสกับหญิงสาวชาวญี่ปุ่น ปูยีทรงปฏิเสธโดยอภิเษกสมรสกับ ถานอี้หลิง แทน ถานอี้หลิงหญิงสาวที่มีจิตใจงดงามนั้นถวายการปรนนิบัติปูยีอย่างดี จนนางเป็นที่โปรดปรานของปูยี ต่อมาปูยีทรงพบว่าพระองค์ทรงเป็นหุ่นเชิดให้ชาวญี่ปุ่น ด้วยเหตุนี้ปูยีจึงทรงซ่องสุมกำลังรวบรวมผู้ไว้ใจได้แต่กลับถูกชาวญี่ปุ่นไหวตัวทันเสียก่อน หลังจากถานอี้หลิงตั้งครรภ์แล้ว ชาวญี่ปุ่นก็ลงมือฆ่าถานอี้หลิงทำให้ปูยีทรงเศร้าโศกเสียพระทัยยิ่งนัก ชาวญี่ปุ่นคัดเลือก หลี่อี้ฉิน หญิงสาวที่ได้รับการศึกษาจากญี่ปุ่นมาทดแทน ปูยีทรงไม่มีทางเลือกจึงต้องยอมรับ หลี่อี้ฉินไม่คุ้นกับธรรมเนียมเดิม ๆ ปูยีเองก็ทรงไม่โปรดปรานนางด้วยเหตุนี้จึงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างปูยีและหลี่อี้ฉินขาดสะบั้นลงในเวลาอันสั้น กองกำลังญี่ปุ่นพ่ายแพ้ ปูยีทรงลี้ภัยไปที่โซเวียตโดยไม่ใยดีต่อหวั่นหยงและหลี่อี้ฉิน ช่วงเวลาที่วิกฤตนี้เองหวั่นหยงสิ้นใจในอ้อมอกของหลี่อี้ฉิน หลี่อี้ฉินกลายเป็นฮองเฮาองค์สุดท้าย ปูยีทรงใช้ชีวิตด้วยความลำบากที่โซเวียตในที่สุดพระองค์ก็ถูกควบคุมตัวกลับประเทศจีน ปูยีถูกกักกันในคุกนักโทษสงครามหลังจากชีวิตที่ระหกระเหินของปูยี ปูยีได้รับนิรโทษกรรมจากนั้นก็เดินทางกลับปักกิ่ง ด้วยความช่วยเหลือและความห่วงใยของผู้นำชั้นสูง ปูยีได้แต่งงานกับ หลี่ซูเสียน ซึ่งเป็นหมอและใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาสามัญนานนับสิบปี <<< ภาพประกอบเรื่องปูยี จักรพรรดิที่โลกไม่ลืม >>> 




<<< ประวัติจักรพรรดิปูยี >>> อ้ายซินเจียหลอ ปูยี เกิดวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 1906 เป็นลูกขององค์ชายชุน ในปี 1908 ปูยีถูกเรียกตัวเข้าวังต้องห้าม ซูสีไทเฮาตั้งให้เขาเป็นจักรพรรดิและใช้ชื่อรัชสมัยว่า ซวนถง ในตอนนั้นปูยีมีอายุได้เพียง 2 ปี ในปี 1912 การปฏิวัติซินไฮ่สำเร็จปูยีสละราชบังลังก์แต่ยังอยู่ในวังต้องห้าม ปูยีได้เริ่มเรียนภาษาอังกฤษกับ เรจินัลด์ จอห์นสตัน ในปี 1919 โดยเดิมจอห์นสตันไม่ได้เป็นครู แต่เป็นบุคคลที่ทางอังกฤษส่งมาเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลอังกฤษกับปูยี จอห์นสตันมีอิทธิพลต่อความคิดหลาย ๆ อย่างของปูยี นอกจากนั้นเขายังเป็นคนให้ชื่อภาษาอังกฤษ และยังเสนอว่า ปูยีจำเป็นต้องสวมแว่น ปูยีได้ขอให้จอห์นสตันช่วยตั้งชื่อเขาเป็นภาษาอังกฤษ จอห์นสตันได้ให้รายชื่อของกษัตริย์อังกฤษแก่เขา ปูยีเลือกชื่อ เฮนรี่ มาเป็นชื่อของตน และเขาได้ใช้ชื่อนี้ครั้งแรกเมื่อย้ายไปอยู่ที่เทียนสิน เมื่ออายุ 16 ปี ปูยีได้แต่งงานกับ วานจง และ เหวินซิ่ว โดยวานจงได้เป็น ฮองเฮา และ เหวินซิ่วได้เป็นสนมเอก เล่ากันว่าในครั้งแรกปูยีได้เลือกเหวินซิ่วเป็นฮองเฮา แต่ที่ปรึกษาของปูยีเห็นว่าเหวินซิ่ว อายุเพียง 13 ปียังเด็กเกินไปจึงบังคับให้เลือกวานจง อายุ 17 ปี เป็นฮองเฮา แล้วให้เหวินซิ่วเป็นสนมเอก (บางข้อมูลว่า เป็นเพราะฮองเฮาวานจงเป็นเด็กของอดีตสนมของจักรพรรดิองค์ก่อนที่มีอิทธิพลต่อราชสำนัก จึงจำเป็นต้องเลือก) ในปี 1924 เฟิงยู่เสียงขับราชสำนักแมนจูออกจากวังต้องห้าม ปูยีได้นั่งลีมูซีนไปที่บ้านองค์ชายชุนผู้เป็นบิดาในครั้งนั้นคนของเฟิงยู่เสียนมาเชคแฮนด์กับปูยี และเรียกเขาว่า นายปูยีซึ่งนั้นเป็นครั้งแรกที่มีคนเรียกเขาเช่นนี้ ปูยีได้กล่าวถึงความรู้สึกในครั้งนั้นว่าช่วงที่เป็นจักรพรรดิเขาไม่มีอิสรภาพเลยแต่ตอนนี้เขาพบกับอิสรภาพของเขาแล้วจากนั้นปูยีก็พาครอบครัวไปขอความช่วยเหลือที่สถานทูตญี่ปุ่นในกรุงปักกิ่ง และเขาได้ย้ายครอบครัวไปอยู่ที่เทียนสิน ในช่วงนั้นเองเขากลายเป็นหนุ่มสังคมจัดความสัมพันธ์ระหว่างเขากับวานจง หรือ อลิซาเบท เริ่มเย็นชาต่อกัน ส่วนความสัมพันธ์กับเหวินซิ่วนั้นทั้งคู่หย่าขาดจากกันในปี 1927 โดยเหวินซิ่วกลับไปอยู่ที่ปักกิ่งตลอดชีวิตและเธอไม่ได้แต่งงานใหม่เลย ปี 1928 เจียงไคเช็ค ขุดสุสานของซูสีไทเฮาทำลายพระศพของพระนางและขนสมบัติล้ำค่าไปจนเกลี้ยงซ้ำยังเอาไข่มุกของพระนางไปประดับรองเท้าให้กับ ซ่งเหม่ยหลิง ภรรยาใหม่เรื่องนี้ทำให้ปูยีโกรธมาก เพราะไม่เพียงแต่ลบหลู่บรรพชนซ้ำยังเป็นการทำลายฮวงจุ้ยตามความเชื่อของชาวแมนจูอีกด้วย ปูยีจึงตัดสินใจเข้าร่วมกับญี่ปุ่น ปี 1931 ญี่ปุ่นได้ยึดแมนจูเรียและสถาปนาประเทศแมนจูกัวขึ้น ปี 1934 ปูยีได้เป็นจักรพรรดิแห่งแมนจูกัว เปลี่ยนชื่อเป็น คังเต๋อ ซึ่งก็เป็นเพียงจักรพรรดิหุ่นเชิดของญี่ปุ่น ในระหว่างนั้นวานจงก็เริ่มมีสัมพันธ์กับองครักษ์และติดฝิ่น ในปี 1939 ปูยีก็พบรักกับนักเรียนสาวชาวญี่ปุ่นวัย 17 ปี ปูยีตั้งชื่อจีนให้เธอว่า ถังอี้หลิง และได้แต่งงานกันบางข้อมูลว่าเธอผู้นี้เป็นคนที่ญี่ปุ่นส่งมา แต่ต่อมาไม่นานอี้หลิงก็เสียชีวิตด้วยโรค (มีแหล่งข้อมูลบางแห่งระบุสาเหตุการเสียชีวิตของเธอว่าเป็นเพราะถูกทางญี่ปุ่นวางยาพิษ) ต่อมาทางญี่ปุ่นก็เสนอผู้หญิงคนใหม่ให้เป็นสนมอีกจำนวนหนึ่งซึ่งปูยีก็สุ่มเลือกขึ้นมา 1 คน นั่นก็คือ อี้จิน เด็กสาววัย 14 ปี ซึ่งอี้จินก็แต่งงานเป็นภรรยาคนที่ 4 ของปูยี ปี 1945 รัสเซียบุกแมนจูเรีย ปูยีพาน้องชาย หลาน 3 คน น้องเขย 2 คน หมอ 1 คน และคนใช้ 1 คน เตรียมบินไปที่ญี่ปุ่น แต่ถูกรัสเซียจับกุมได้เสียก่อนหลังจากนั้น ปูยีก็ไม่ได้เจอวานจงอีกเลย เธอถูกทิ้งไว้ที่สถานบำบัดผู้ติดฝิ่นที่ฉางชุน และเสียชีวิตที่นั่นเมื่ออายุ 40 ปี ส่วนอี้จินเธออยู่ที่ฉางชุนทำงานในห้องสมุดและแต่งงานใหม่ ส่วนเชื้อพระวงศ์คนอื่น ๆ เดินทางโดยรถไฟก็โดนรัสเซียจับกุมกัน ปี 1950 ปูยีถูกส่งตัวกลับมาที่จีนถูกสอบสวนและจำคุกถึง 9 ปี เขาได้รับการปล่อยตัว ในเดือน ธันวาคม ปี1959 และอาศัยอยู่กับครอบครัวของเขาที่บ้านของบิดาในกรุงปักกิ่งดูเหมือนว่าเขาจะได้รับอิสระแต่แท้ที่จริงแล้วเขายังมีสภาพเป็นหุ่นเชิดของรัฐบาลจีน เขาถูกจัดหน้าที่ให้เป็นคนทำสวนของสถาบันพฤกษศาสตร์เพื่อสร้างภาพให้กับคอมมิวนิสต์ ต่อมาใน ปี 1962 เขาแต่งงานใหม่กับ หลี่ซู่เสียน นางพยาบาลและสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์วัย 37 ปี ในปี 1967 ปูยีเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งที่ไตนั่นอาจจะเป็นการได้รับอิสระอย่างแท้จริงที่เขาต้องการ <<< รูปภาพจักรพรรดิปูยีในอดีต >>> 
| 
| 
| 
| รูปจักรพรรดิปูยีตอนอายุ 2 ขวบ
| องค์ชายชุน จักรพรรดิปูยี (ยืน) และ ปูเจี๋ย (นั่งบนตัก)
| องค์ชายชุนบิดาของจักรพรรดิปูยี
| จักรพรรดิปูยีอายุ 3 ปี ออกว่าราชการ
| 
| 
| 
| 
| จักรพรรดิปูยีบนบัลลังก์ขณะออกว่าราชการ
| จักรพรรดิปูยีในอิริยาบทต่าง ๆ
| จักรพรรดิปูยีในอิริยาบทต่าง ๆ
| จักรพรรดิปูยีในอิริยาบทต่าง ๆ
| 
| 
| 
| 
| ภาพเมื่อเข้ารับตำแหน่งจักรพรรดิแมนจูกัว
| ปูยีในชุดจักรพรรดิแมนจูกัว
| ปูยีในชุดจักรพรรดิแมนจูกัว
| ปูยีถ่ายร่วมกับฮองวานจงภรรยาคนแรก
| 
| 
| 
| 
| ภรรยาคนที่ 1 ฮองเฮาวานจง หรือ อลิซาเบท
| ภรรยาคนที่ 2 สนมเหวินซิ่ว
| ภรรยาคนที่ 3 อี้หลิง
| ภรรยาคนที่ 4 อี้จิน
| 
| 
| 
| 
| ภรรยาคนที่ 5 หลี่ซู่เสียน | ปูยีกับหลี่ซู่เสียนไปทำงานตอนเช้า | ภาพบั้นปลายชีวิตของจักรพรรดิปูยี | ภาพบั้นปลายชีวิตของจักรพรรดิปูยี |
ข้อมูลจาก : thaitv3.com
|