ละคร ปี่แก้วนางหงส์
<<< รายชื่อนักแสดงจากละคร ปี่แก้วนางหงส์ >>>
<<< นักแสดงนำละคร ปี่แก้วนางหงส์ >>>
วรเวช ดานุวงศ์ รับบทเป็น :: คุณราช, นิราช :: หนุ่มหล่อหน้าตาดี มีเสน่ห์ เชื่อมั่นในตัวเองสูง ลูกชายของพระยาพิชัยเดชา จบการปกครองจากเมืองนอก นิสัยเจ้าชู้ รักสนุก เห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ตัวเองเป็นหลัก ชอบแก้ปัญหาด้วยวิธีผิด ๆ
ดนัย จารุจินดา รับบทเป็น :: สิน, สินธร :: ชายหนุ่มผู้ซื่อสัตย์ ใจคอกล้าหาญ อยู่กับวงมโหรีมาตั้งแต่เด็ก มีฝีมือในการตีฆ้องนางหงส์ คอยดูแลปกป้องพิกุลจนกลายเป็นความรัก แต่เป็นรักข้างเดียวเพราะพิกุลมีใจให้กับคุณราชเท่านั้น
อิสริยา สายสนั่น รับบทเป็น :: พิกุล :: สาวสวยจากต่างจังหวัด นิสัยซื่อสัตย์ อ่อนโยน มีหน้าที่เป่าปี่แก้วในวงมโหรี บูชาความรักแม้จะถูกทรยศก็ตาม แต่วิญญาณยังรอคอยคุณราชตามคำสัญญา
ชิดจันทร์ รุจิพรรณ รับบทเป็น :: คุณสารภี, นิสา :: ลูกสาวนายห้างชื่อดัง หัวสูง มีความสวยเป็นที่เลื่องลือ เก่ง ฉลาด เชื่อมั่นในตัวเองสูง ชอบการเอาชนะ อยากได้อะไรต้องได้ จบการศึกษาจากต่างประเทศ
สุคนธวา เกิดนิมิตร รับบทเป็น :: หญิงดาว, สร้อยสาย :: แฝดผู้พี่ หญิงสาวสวยฉลาดแกมโกง รังเกลียดคนจน ชอบเอาชนะ ชอบออกงานสังคมเพื่อจับผู้ชาย
พรรณชนิดา ศรีสำราญ รับบทเป็น :: หญิงเดือน, ปลายรุ้ง :: แฝดผู้น้อง นิสัยเดียวกัน รักสวย รักงาม ใจเสาะ ชอบแก่งแย่งชิงดีกับพี่สาว
<<< เรื่องย่อละคร ปี่แก้วนางหงส์ >>>
ในยุคสมัยที่บ้านเมืองถูกครอบงำด้วยวัฒนธรรมของฝรั่ง เหล่าคนไทยพากันใส่หมวกฝรั่งเดินกันให้เกลื่อนเมือง เกิดการปฏิวัติทางวัฒนธรรมที่ทำให้ศิลปะไทยถูกกลืนหายไป แม้แต่ พระยาพิชัยเดชา (สมภพ เบญจาทิกุล) ผู้ซึ่งสืบทอดศิลปะวงมโหรีของต้นตระกูล พระยาพิชัยจึงสั่งให้ทุกคนหยุดเล่นมโหรีปี่พาทย์โดยเด็ดขาด เก็บตายเครื่องดนตรีทั้งหมดและส่งตัว นายพ่วง (จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์) ผู้เป็นหัวหน้าคณะและลูกน้องทั้งหมดกลับเมืองสุพรรณบุรี คืนก่อนที่นายพ่วงและครอบครัวจะลงเรือหนีทางการ พิกุล (อิสริยา สายสนั่น) ลูกสาวของนายพ่วงผู้มีหน้าที่เป่าปี่แก้วได้มานั่งเป่าปี่แก้วด้วยความอาลัยและได้พบกับ คุณราช (วรเวช ดานุวงศ์) ลูกชายเพียงคนเดียวของท่านพระยาที่เพิ่งเดินทางกลับจากยุโรป คุณราชพึงใจในเสียงปี่แก้วพอ ๆ กับรูปโฉมของเธอ ฝ่ายพิกุลนั้นก็ต้องใจคุณราช แต่ยังไม่ทันได้รู้จักกันพิกุลก็ต้องเดินทางกลับสุพรรณฯ ในเช้าวันต่อมาพร้อมกับคำสัญญาของคุณราชที่จะตามไปหาเธอ การกลับมาอยู่สุพรรณฯ ของพิกุลทำให้ สิน (ดนัย จารุจินดา) ดีใจเป็นอย่างมาก สินโตมากลับพิกุลและฝึกเล่นฆ้องนางหงส์พร้อม ๆ กับที่พิกุลฝึกปี่แก้ว ฝีมือของทั้งคู่จัดว่าหาตัวเปรียบยาก สินนั้นมีใจให้กับพิกุล แต่ตอนที่พิกุลต้องติดตามพ่อเข้าไปอยู่ในบ้านท่านพระยานั้น สินต้องไปเป็นทหารอยู่สองปี และได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถใช้มือเล่นดนตรีสินพยายามฝึกฝน เขาไม่เคยลืมฆ้องนางหงส์เหมือน ๆ กับที่ไม่เคยลืมพิกุล แต่สินก็ต้องแปลกใจเมื่อพิกุลเปลี่ยนไป หลังการจากไปของพิกุล พระยาพิชัยเดชาก็พาลูกชายออกงานเลี้ยงสโมสรตามความนิยมของยุค คุณราชมัวแต่สนุกอยู่กับความเริงรมย์จนแทบจะหลงลืมพิกุล ความเจ้าชู้มากรักของคุณราชทำให้ผู้เป็นพ่อตัดสินใจจะจับลูกชายแต่งงาน เมื่อคุณราชรู้เข้าก็ไม่พอใจเพราะใจยังรักสนุกอยู่จึงสั่งให้คนใช้คนสนิทพาลงเรือหนีไปก่อนที่จะได้พบหน้า คุณสารภี (พลอย ชิดจันทร์) ว่าที่คู่หมั้นของตน คุณราชให้ มุด (เรืองฤทธิ์ วิศมล) คนสนิทพามาส่งที่บ้านของนายพ่วงและได้พบกับพิกุลอีกครั้ง คุณราชโกหกนายพ่วงว่าพ่อส่งตนมาเรียนดนตรีกับนายพ่วง ฝ่ายนายพ่วงเองก็หลงเชื่อ คุณราชปากหวานเพราะอยากเป็นเจ้าของพิกุลถึงกับยอมสาบานกับพิกุลว่าหากตนหมดรักพิกุลวันใดขอให้ตายด้วยคมดาบคมหอกและอาวุธทุกอย่าง พิกุลฟังแล้วตกใจจึงแก้คำสาบานขอไม่ให้คุณราชต้องคมอาวุธใด ๆ ทั้งสิ้น สินมาได้ยินจึงรู้ว่าพิกุลมอบความรักและภักดีให้กับคุณราชจนหมดหัวใจ แม้จะรักคุณราชมากเพียงใดแต่พิกุลก็หวงเนื้อหวงตัวจนคุณราชหงุดหงิด และยังสั่งให้ไอ้มุดไปหาผู้หญิงมาแก้ขัดก่อน สินรู้ว่าคุณราชเป็นผู้ชายอย่างไรจึงไปเตือนพิกุลแต่พิกุลไม่เชื่อ ทางฝ่ายพระยาพิชัยสืบข่าวจนรู้ว่าลูกชายหนีมาอยู่กับนายพ่วงจึงออกอุบายพาคุณสารภีเดินทางมาเที่ยวที่สุพรรณฯ คุณราชจึงต้องหนีไปซ่อนโดยแกล้งขอให้พิกุลพาไปเที่ยวในสวนลึก คุณสารภีอยากจะเที่ยวในสวนสินจึงต้องพาไป ระหว่างนั้นเองที่คุณราชได้พบกับคุณสารภีโดยบังเอิญที่ท่าน้ำ ความสวยและมีเสน่ห์ของคุณสารภีทำให้คุณราชตกหลุมรักเธอจึงรีบตามคุณสารภีกลับเรือน ทางฝ่ายพิกุลก็เฝ้ารอคุณราชที่ออกไปท่าน้ำอยู่ทั้งคืน พิกุลนึกเป็นห่วงออกเดินตามหาและเกือบโดนไอ้มุดลูกน้องของคุณราชปลุกปล้ำ สินนึกเอะใจออกตามหาตัวพิกุลจนเจอจึงจัดการกับไอ้มุดจนพลั้งมือทำไอ้มุดตาย สินจึงพาพิกุลหนีไปอยู่บ้านเกิดที่อ่างทอง ท่านพระยาจึงจัดงานหมั้นที่สุพรรณฯ เพื่อไม่ให้ลูกชายเปลี่ยนใจ ท่านพระยาขอให้นายพ่วงเล่นดนตรีกล่อมหอตามประเพณี ข่าวเรื่องคณะของนายพ่วงจะเปิดเล่นมโหรีอีกครั้งร่ำลือปากต่อปากจนถึงหูของพิกุล พิกุลหนีกลับไปตามลำพัง เมื่อพิกุลเดินทางมาถึงสุพรรณฯ ก็ต้องประหลาดใจเมื่อรู้ว่าคุณราชกับคุณสารภีจะหมั้น พิกุลก็ตกใจแทบสิ้นสติ ชบา สาวใช้ของคุณสารภีมาฟ้องเรื่องเห็นพิกุลฉุดไม้ฉุดมือร้องไห้ออเซาะคุณราช สารภีและชบาจึงคอยร่วมกันกลั่นแกล้งพิกุล ด้วยความปลิ้นปล้อนคุณราชจึงโกหกพิกุลว่าถูกพ่อบังคับให้แต่งงาน พิกุลได้ยินดังนั้นก็ดีใจบอกว่าเธอจะหนีไปด้วยและเมื่อคุณราชได้ยินเสียงปี่แก้วก็ให้รีบออกมาตามที่นัดกันไว้ คุณราชรับปากพิกุลไปเพื่อให้ได้ตัวพิกุล คืนนั้นพิกุลตกเป็นของคุณราช คืนวันหมั้นท่านพระยาสั่งให้พิกุลเป่าปี่แก้วกล่อมหอให้กับคุณราชและคุณสารภี พิกุลกลั้นใจเป่าปี่แก้วไปทั้งน้ำตา คุณราชลึก ๆ แล้วก็รู้สึกผิดแต่เมื่อได้พิกุลแล้วก็หมดความสนใจหันมาหลงเสน่ห์ของคุณสารภีแทน งานมงคลดำเนินไปท่ามกลางเสียงปี่แก้วของพิกุลที่ไม่ยอมหยุด พิกุลเธอเป่าปี่แก้วจนกระอักเลือด เลือดสด ๆ ทะลักจากลำคอค่อย ๆ ไหลออกมาจากปลายปี่ไม่ขาดสาย คุณราชยังได้ยินเสียงปี่แก้วจึงแอบย่องออกมาจะห้ามพิกุลแต่เมื่อเห็นพิกุลกับกองเลือดก็ตกใจ คุณสารภีตื่นตามออกมาเห็นก็กรีดร้องโมโหเข้าตบตีจนพิกุลขาดใจตาย ท่านพระยามาเห็นจึงยุติเรื่องด้วยการเก็บข้าวของกลับพระนครทันที สินเห็นใจในความรักที่พิกุลมีต่อคุณราชจึงไปดักเอาตัวคุณราชเพื่อให้กลับมาหาพิกุล แต่ถูกคุณราชถีบตกน้ำไปเกิดการต่อสู้กันในน้ำท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำจนเรือล่ม สินด่าทอสาปแช่ง คุณราชเข้าจู่โจมด้วยมีดดาบ ขาดคำฟ้าก็ผ่าใส่ร่างของคุณราชจนตายคาเรือ ส่วนคุณสารภีก็จมน้ำตาย หลังจากนั้นมาก็ไม่มีใครเคยพบเห็นสินอีกเลย บ้านของนายพ่วงถูกท่านพระยาส่งคนมาเผาด้วยความแค้นที่ต้องเสียลูกชายไปจนวอดวายล้มตายในกองไฟจนหมด
พ.ศ. 2550 นิราช (วรเวช ดานุวงศ์) นักกฏหมายหนุ่มของบริษัทก่อสร้าง กำลังยุ่งอยู่กับโครงการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำที่สุพรรณบุรี นิราชหมั้นกับ นิสา (พลอย ชิดจันทร์) มาสองปีแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสได้แต่งงานเสียทีเพราะมัวแต่ยุ่งอยู่กับงาน นิราชถูกส่งตัวมามาที่สุพรรณฯ เพื่อเจรจาตกลงกับชาวบ้านที่มีปัญหาต่อต้านการสร้างสะพานเพราะโดนเวนคืนที่ดินของพวกตน นิราชมาพักอยู่ที่บ้านของ กำนันบุญนำ (เรืองฤทธิ์ วิศมล) เพื่อปรึกษาเรื่องปัญหาชาวบ้าน กำนันบุญนำเตือนให้ระวัง สินธร (ดนัย จารุจินดา) หัวโจกของบรรดาชาวบ้านที่เป็นตัวตั้งตัวตีต่อต้านการสร้างสะพานในครั้งนี้ วันต่อมานิราชมาเดินสำรวจพื้นที่บริเวณที่จะสร้างสะพานและได้พบกับบ้านโบราณสภาพซ่อมซ่อหลังหนึ่งซึ่งมีต้นพิกุลใหญ่อยู่หน้าบ้านทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงปี่แก้วดังลอยมา นิราชปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที เขาเดินตามเสียงปี่แก้วไปในขณะที่ปวดหัวมากขึ้นทุกที นิราชโดนฟาดเข้าข้างหลังอย่างแรงจนล้มหมดสติไป เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกเป็นเวลาพลบค่ำ มองไปพบว่าภายในบ้านนั้นมีแสงไฟลอดออกมาแสดงว่ามีคนอยู่จึงพยุงตัวเข้าไปในบ้านเพื่อขอความช่วยเหลือ เมื่อเข้ามาใกล้ตัวบ้านจึงพบว่าทั่วบริเวณบ้านมีแสงจากคบไฟส่องสว่างไปทั่ว เสียงวงมโหรีกำลังบรรเลงอย่างไพเราะแต่เยือกเย็น นิราชเดินขึ้นบันไดไปข้างบนและได้พบกับวงมโหรีใหญ่อยู่ตรงหน้า ทุกเสียงหยุดลงเมื่อนิราชปรากฏตัวขึ้น นิราชกล่าวทักทายและขอความช่วยเหลือเพราะได้รับบาดเจ็บ ชายวัยกลางคนซึ่งดูเหมือนเป็นหัวหน้าบ้านหลังนั้น นายพ่วงแสดงท่าทีไม่พอใจเป็นอย่างมา เหล่าพวกมโหรีก็ลุกขึ้นรุมเข้าจะทำร้ายนิราช แต่ทันใดนั้นเสียงของหญิงสาวที่ตวาดดังขึ้นก็ทำให้ทุกคนชะงักไป พิกุลเดินออกมาจากเรือนด้านใน เมื่อนิราชเห็นพิกุลเข้าก็ตกตะลึงในความงามและความรู้สึกประหลาด ชั่ววินาทีก่อนที่นิราชจะหมดสติ ร่างของเขาก็ถูกกระชาก ชายหนุ่มพาร่างไร้สติของนิราชกลับมายังที่พักของตนไป นิราชถามชื่อของชายหนุ่มลึกลับ คำตอบทำให้นิราชต้องชะงักไปเมื่อรู้ว่าเขาคือ สินธร นิราชถามหาความเรื่องบ้านโบราณหลังนั้นจากกำนันแต่กำนันบ่ายเบี่ยงไม่ตอบ ต่อมาเขาจึงไปที่บ้านต้นพิกุลอีกเพื่อชี้แจงเรื่องที่ ๆ ถูกเวนคืนของบ้านหลังนั้นและที่สำคัญเขาอยากพบพิกุลอีกครั้ง ที่ท่าน้ำใต้ต้นพิกุล เขาได้พบกับพิกุลที่นั่งเป่าปี่แก้วอยู่ตามลำพัง นิราชบอกกับพิกุลเรื่องการสร้างสะพานและต้องรื้อถอนบ้านหลังนี้ พิกุลได้ยินดังนั้นเสียงปี่แก้วที่อ่อนโยนก็กลายเป็นดุดันขึ้นมาทันที นิราชปวดหัวจนทรุดลงไป เมื่อฟื้นมาอีกทีก็พบว่าตนอยู่บนเรือนใหญ่เรียบร้อยแล้วและกำลังได้รับการดูแลอาการจากพิกุลผู้อ่อนโยน นิราชถูกมนต์สะกดของพิกุลครอบงำจนเหมือนสติเลื่อนลอย นิราชพบว่าตนสามารถเล่นฆ้องนางหงส์ได้ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนจึงบอกให้กำนันลองพาพวกไปหาตัวนิราชที่เรือนพิกุล คืนหนึ่งสินธรมาที่เรือนพิกุลเพื่อค้นหาอะไรบางอย่างและได้เห็นนิราชอยู่ในเรือน แต่พอเรียกก็เหมือนไม่ได้ยินกำนันบุญนำตัดสินใจเป็นคนบุกเข้าไปแต่ก็ถูกทำร้ายจนตกเรือนได้รับบาดเจ็บสาหัส พวกชาวบ้านต้องรีบพาออกไปด้วยความกลัว นิสาที่อยู่กรุงเทพฯ รู้สึกไม่สบายใจ นึกเป็นห่วงนิราชจึงไปหาแม่ซึ่งบวชเป็นแม่ชีอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งย่านฝั่งธนฯ แม่ชีนั่งสมาธิและรู้สึกถึงความมืดดำที่กำลังรุมล้อมนิราชอยู่ นิสานึกเป็นห่วงจึงตัดสินใจเดินทางไปหานิราชที่สุพรรณ นิสาไปตามนิราชที่เรือนพิกุลตามลำพัง ที่เรือนพิกุลเมื่อเห็นร่างของนิสาปรากฏขึ้น พิกุลก็อาละวาดทันทีเพราะนิสาหน้าเหมือนคุณสารภีในอดีต นิสาถูกทำร้ายจนหมดสติไป เมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบว่าถูกล่ามโซ่ไว้และโดนรุมล้อม พิกุลรู้ว่านิสาจะมาแย่งนิราชไปก็ออกมาอาละวาดทำร้ายนิสา นิสายอมสู้กับพิกุลและขอร้องให้นิราชหนีไป นิราชจะช่วยนิสาแต่ถูกนิสาผลักตกเรือนไปเสียก่อนเพื่อให้หนี สินธรพานิราชมาที่บ้านของตน สินธรบอกว่าหลวงปู่ทวดของตนซึ่งบวชเป็นพระมานานหลายสิบปีสั่งให้ตนเดินทางมาที่นี่เพื่อหาปี่แก้วที่เรือนพิกุล แต่เขายังหาไม่เจอพอดีกับที่เกิดเหตุต่อต้านการสร้างสะพานเขาแค่ต้องการปกป้องเรือนพิกุลจนกว่าจะหาปี่แก้วเจอเท่านั้น นิราชพาสินธรไปหาแม่ชีแม่ของนิสาเพื่อให้ขอความช่วยเหลือ แม่ชีภาวนาจิตดูแล้วพบว่าชาติที่แล้ว นิราชและนิสาต่างก็ร่วมกันก่อกรรมไว้ที่เรือนพิกุล นิราชกับสินธรพาแม่ชีมาที่เรือนพิกุล ด้วยความรักที่มีต่อนิสานิราชจึงบุกเข้าไปอย่างไม่ยั้งคิดจนสินธรต้องรีบตามเข้าไป แม่ชีนั่งภาวนาจิตที่หลุมศพของพิกุลใต้ต้นพิกุลขอให้พิกุลปล่อยวางความพยาบาทจากชาติที่แล้ว พิกุลที่อยู่ในเรือนเห็นนิราชกลับมาหาก็ดีใจ นิราชแกล้งทำทีเป็นหลงมนต์ของพิกุลเพื่อปล่อยให้สินธรไปตามหาตัวของนิสาเมื่อพิกุลจะเป่าปี่แก้วและขอให้นิราชเล่นฆ้องนางหงส์ร่วมกัน นิราชที่ไม่ได้ตกอยู่ในภวังค์ไม่สามารถเล่นฆ้องนางหงส์ได้ ทำให้พิกุลรู้ตัวในที่สุดว่านิราชโกหก พิกุลอาละวาดจะฆ่านิราชด้วยความแค้น สินธรพานิสาหนีออกมาจากเรือนพิกุลได้สำเร็จ กำนันบุญนำพาพวกมาเผาเรือนพิกุลให้มอดไหม้เขาตัดสินใจยอมรับกรรมอยู่ในเรือนพิกุลแห่งนี้ ในเรือนนั้นร่างของแม่ชีปรากฏขึ้นและเห็นพิกุลกับนิราชกำลังเล่นปี่แก้วนางหงส์ด้วยกันท่ามกลางเปลวไฟที่โหมไหม้ แม่ชีขอให้พิกุลปล่อยตัวนิราช นิราชได้แต่นิ่งและร้องไห้ออกมาก่อนจะกราบขอฝากนิสาไว้กับแม่ชีนิราชหมดสติลงไปในอ้อมกอดของพิกุลที่ยังคงเป่าปี่แก้วอยู่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขสมใจ ในที่สุดคุณราชก็กลับมาหาเธอตามสัญญา สินธรเข้ามาดึงตัวนิสาออกไปก่อนที่เรือนพิกุลจะถล่มลงมา สินธรพบปี่แก้วในหลุมศพของพิกุลที่ใต้ต้นพิกุล เขานำปี่แก้วนั้นไปให้หลวงปู่ทวดเก็บไว้ตามที่ท่านต้องการ แต่หลวงปู่ทวดบอกว่าไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว เพราะวิญญาณของพิกุลไม่จำเป็นต้องใช้ปี่แก้วอีกต่อไป เธอได้สมดั่งใจและไปผุดไปเกิดแล้ว หลวงปู่ทวดหลับตาลงแล้วก็มรณภาพ ลาสังขารจากไปอย่างสงบ นิสาขอบวชชีตลอดชีวิตเพื่อล้างกรรมที่ได้เคยทำไว้กับพิกุล โครงการสร้างสะพานดำเนินต่อไปจนสำเร็จ ต้นพิกุลใหญ่ถูกโค่นลงเพื่อเคลียร์พื้นที่ หลังจากนั้นมาก็ไม่มีใครเคยได้ยินเสียงปี่แก้วดังโหยหวนอีกเลย
ข้อมูลจาก : kapook.com, thaitv3.com