|

น้ำหอม ...คืออีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับหนุ่มๆ ทั้งหลายที่อยากเปลี่ยนบุคลิก ให้สดใส มีชีวิตชีวา เพราะในปัจจุบันน้ำหอมกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการแต่งตัวและช่วยสร้างบุคลิกให้กับเราได้เป็นอย่างดี เสน่ห์ของหลายๆ คนไม่เพียงแต่จะอยู่ที่บุคลิกและความสามารถเฉพาะตัวของคนคนนั้นแล้ว ความหอมของกลิ่นกายก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้ด้วย กลิ่นของน้ำหอมนั้นสามารถบ่งบอกสไตล์และเปลี่ยนบุคลิกของคนได้ด้วยเช่นกัน แต่เมื่อพูดถึงน้ำหอมกับชายหนุ่มหนุ่มๆ หลายคนอาจจะยังไม่เคยใช้ ดังนั้น ก่อนที่จะไปเลือกซื้อน้ำหอม เรามารู้จักน้ำหอมกัน มารู้จักน้ำหอมกันก่อน มนุษย์รู้จักน้ำหอมมาหลายพันปีแล้ว โดยมีต้นกำเนิดมาตั้งแต่สมัยเมโสโปเตเมีย ซึ่งกำยานจะเป็นเครื่องหอมกลิ่นแรกที่มนุษย์รู้จัก ชาวตะวันออกมีความเชื่อว่า น้ำหอมช่วยทำให้มีอายุยืนยาวนานและช่วยเสริมความงาม ผู้หญิงยุโรปมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ใช้น้ำหอมอย่างน้อย 5 ครั้งต่อสัปดาห์ และ 13 เปอร์เซ็นต์ ฉีดน้ำหอมซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้งในวันหนึ่ง และน้ำหอมยังสามารถเกี่ยวโยงไปถึงความทรงจำได้ อย่างเวลาที่คิดถึงใครก็ตาม เมื่อฉีดน้ำหอมกลิ่นที่เขาคนนั้นเคยใช้ ก็สามารถช่วยให้คลายความคิดถึงไปได้ เสมือนเขาคนนั้นอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลา ประเภทของน้ำหอมที่แบ่งตามความเข้มข้นของน้ำหอม
น้ำหอมมีส่วนผสมหลัก ได้แก่ น้ำมันหอมที่ถูกทำให้เจือจางลงด้วยแอลกอฮอล์ ( แอลกอฮอล์ทำหน้าที่ช่วยกระจายความหอมไปในการระเหย) ในระดับความเข้มข้นของความหอมที่แตกต่างกัน น้ำหอมจึงถูกแบ่งออกเป็น 4 ประเภทด้วยระดับความเข้มข้นของกลิ่นหอมได้ออกเป็นดังนี้ • Eau de Cologne โอเดอ โคโลญจน์ เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 2-3 % จะอยู่ได้นานประมาณ 1 ชม. • Eau de Toilette โอเดอ ทอยเล็ตต์ เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 8-14 % จะอยู่ได้นานประมาณ 2-4 ชม. • Eau de Parfume โอเดอ เพอร์ฟูม เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 15-18% จะอยู่ได้นานประมาณ 4-6 ชม. • Parfume เพอร์ฟูม เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 15-18% จะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 ชม. ขึ้นไป ระดับของความหอมประกอบไปด้วยกลิ่น 3 ระดับ  | • Top Note (กลิ่นแรก) คือกลิ่นเชิญชวนให้สูดดมน้ำหอมเสมือนเป็นการแนะนำกลิ่นหอมครั้งแรก เมื่อใส่น้ำหอมในช่วงแรก คุณจะได้กลิ่นในระดับที่นักปรุงน้ำหอมปรุง ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นแนวกลิ่นสดชื่นแบบส้ม มะนาว หรือกลิ่นหอมสดชื่นของดอกไม้ ที่สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเริ่ม ภายหลังการแตะน้ำหอมที่ผิว กลิ่นแรกนี้จะอยู่ได้ประมาณ 20 นาที จากนั้นจะพัฒนาเข้าสู่ระยะต่อไปที่เรียกว่า “Middle Note“
| • Middle Note (กลิ่นกลาง) คือกลิ่นของน้ำหอมที่เกิดการกระจายกลิ่นอย่างเต็มที่ของน้ำหอมจะมีกลิ่นคงอยู่นานที่สุดเป็นบุคลิกที่แท้จริงของน้ำหอม ซึ่งเป็นหัวใจของน้ำหอม ส่วนผสมจะคัดสรรเป็นพิเศษเพื่อให้โดดเด่น แตกต่างกัน เป็นกลิ่นที่บ่งบอกบุคลิกของน้ำหอมอย่างชัดเจน โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลิ่นไม้หอม วานิลลา และดอกไม้ที่หายากและมีราคาค่อนข้างสูง กลิ่นในระดับนี้จะคงความหอมติดผิวกายได้นาน 2-4 ชั่วโมง และ ก่อนจะเข้าสู่กลิ่นสุดท้าย คือ “Base Note” • Base Note (กลิ่นพื้นฐาน) เป็นกลิ่นที่ติดผิวกายได้นานที่สุดผสมผสานเข้ากับกลิ่นกายเป็นบุคลิกของผู้ใช้ โดยปกติกลิ่นในระดับพื้นฐานนี้จะแสดงกลิ่นในช่วง 4-6 ชั่วโมงต่อมาและจะค่อยๆ จางหายไปในที่สุด โดยทั่วไปกลิ่นพื้นฐานมักจะเป็นกลิ่นแนวมัสก์หรืออำพัน |  |
เคล็ดลับในการใช้น้ำหอมสำหรับทุกสถานการณ์
• ให้แต้มหรือฉีดน้ำหอมในบริเวณที่เป็นจุดชีพจร โดยมากจะเป็นบริเวณข้อมือ ลำคอ บริเวณข้อพับที่แขนหรือขาพับ • การฉีดสเปรย์น้ำหอมในอากาศแล้วใช้วิธีเดินผ่าน จะช่วยให้กลิ่นหอมกระจายติดตัวเราได้ทั่ว • พยายามอย่าใช้โลชั่นที่มีกลิ่นหอมคนละกลิ่นกับน้ำหอมที่จะใช้ เพื่อไม่ให้กลิ่นปนกัน • ใช้น้ำหอมมากหน่อยหากคุณเป็นคนผิวแห้ง เนื่องจากคนผิวมันมีน้ำมันช่วยคงกลิ่นให้ติดอยู่ได้ยาวนาน • ในที่อากาศเย็น สามารถเลือกน้ำหอมที่มีกลิ่นเข้มกว่าปกติ เนื่องจากความเย็นหรืออุณหภูมิต่ำจะลดกลิ่นหอมของน้ำหอมให้ลดน้อยลงกว่าที่เป็น • ในที่อากาศร้อนแบบบ้านเรา แนะนำให้ฉีดน้ำหอมในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะกลิ่นจะเข้มกว่าในที่อากาศเย็น และหากต้องอยู่กลางแดดจ้า ควรแตะน้ำหอมตรงจุดที่ไม่ถูกแดด เพราะแสงแดดอาจทำปฏิกริยาให้กลิ่นน้ำหอมเปลี่ยนแปลงได้ • การฉีดน้ำหอมทันทีหลังจากที่อาบน้ำเสร็จใหม่ๆ จะช่วยทำให้กลิ่นหอมติดทนนานและผสมเข้ากับกลิ่นกายพัฒนาเป็นกลิ่นตามบุคลิกของเราได้ดี • การฉีดน้ำหอมควรทำห่างจากตัวอย่างน้อย 30 เซนติเมตร เพื่อให้กลิ่นน้ำหอมกระจาย และเพื่อไม่ให้ทิ้งจุดด่างหรือรอยเปียกของน้ำมันเอาไว้บนเสื้อผ้า • แน่นอนว่ากลิ่นหอมของน้ำหอม สร้างเสน่ห์ชวนหลงใหลให้กับเราได้ แต่ควรใช้ในปริมาณที่พอดีไม่ให้กลิ่นรบกวนผู้อื่นที่อยู่รอบข้าง
ข้อมูลจาก: sudsupda.com
|