Lust, Caution เป็นผลงานกำกับล่าสุดของหลี่อัน ตัวหนังได้รับคำวิจารณ์ก้ำกึ่ง มีทั้งเสียงชื่นชมไปจนถึงคำโจมตีติเตียน และประเด็นที่ได้รับการหยิบยกมาพูดถึงมากสุดคือ ฉากรักเปิดเผยระหว่าง 2 ดารานำ-เหลียงเฉาเหว่ยกับถังเหว่ย (ซึ่งไม่ได้ร้อนเร่าเย้ายวนอันใด แต่ดูแล้วน่าตระหนกตกใจเพราะ “เหมือนจริง” เหลือเกิน)
ฉากหลังในหนัง ได้แก่ช่วงปลายทศวรรษ 1930 คาบเกี่ยวถึงต้นทศวรรษ 1940
เหตุการณ์ทางสังคมคร่าว ๆ ในจีนขณะนั้นก็คือ ญี่ปุ่นบุกเข้ามารุกรานยึดครองจีนและฮ่องกง ทางฝ่ายจีนเองก็เกิดการแบ่งเป็น 2 ฝ่ายเด่นชัด คือ พรรคคอมมิวนิสต์และก๊กมินตั๋ง ซึ่งต่างพยายามช่วงชิงแสวงหาแนวร่วมจากมวลชน
ในก๊กมินตั๋งเองก็ยังแยกย่อยออกเป็น 2 ขั้วอำนาจขัดแย้งกันเอง ฝ่ายหนึ่งมีเจียงไคเช็คเป็นแกนนำ อีกฝ่ายมีหวังจิ้งเหว่ย
เจียงไคเช็คเลือกเส้นทางระงับศึกภายในกับพรรคคอมมิวนิสต์ชั่วคราว ร่วมมือกันต้านศัตรูภายนอก ขณะที่หวังจิ้งเหว่ยยอมผูกมิตรกับญี่ปุ่น ก่อตั้งรัฐบาลที่หนานจิงในปี 1940 และตั้งตนขึ้นเป็นประธานาธิบดี (โดยมีฝ่ายญี่ปุ่นคอยเชิดหุ่นชักใยอยู่เบื้องหลัง)
หวังจิ้งเหว่ย (ซึ่งไม่ได้ปรากฎตัวในหนังและเรื่องสั้น Lust, Caution แต่ถูกพาดพิงกล่าวถึงอยู่บ่อยครั้ง จนมีฐานะเหมือนเป็นตัวละครสำคัญรายหนึ่ง) และพวกพ้องในรัฐบาลของเขา จึงโดนบรรดาชาวจีนจำนวนมาก รุมประณามกล่าวหาว่า “ทรยศขายชาติ”

เล่ห์ราคะ Lust Caution เล่ห์ราคะ Lust Caution เล่ห์ราคะ Lust Caution
Lust, Caution สร้างจากเรื่องสั้นขนาดยาวชื่อเดียวกันของจางอ้ายหลิง (หรือไอลีน ชาง) ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นนักเขียนสตรีร่วมสมัยที่โดดเด่นสุดคนหนึ่งของแวดวงวรรณกรรมจีน (นอกจากผลงานด้านนิยายและเรื่องสั้นแล้ว เธอยังเขียนบทความและบทภาพยนตร์เอาไว้เป็นจำนวนมาก)
นิยายและเรื่องสั้นของจางอ้ายหลิง มักบอกเล่าเกี่ยวกับผู้คนในเซี่ยงไฮ้หรือฮ่องกงช่วงทศวรรษ 1940 และสะท้อนถึงความรักหวานขมรวดร้าวไร้ทางออก มีลีลาโดดเด่นในการ “เล่าน้อย ได้ใจความเยอะ” รวมทั้งเก่งในการบรรยายรายละเอียดของฉากหลังห้อมล้อมต่าง ๆ (กล่าวคือ นอกจากจะพรรณนาจนผู้อ่านจินตนาการเห็นภาพคล้อยตามแล้ว จางอ้ายหลิงยังใช้สภาพดินฟ้าอากาศ, แสงเงา, ฉากหลัง, การแต่งกาย ฯ มาเปรียบเปรยเพื่อสะท้อน “ความในใจ” ของตัวละครได้อย่างเหนือชั้นและเปี่ยมลีลาความงามทางศิลปะ)
โศกนาฎกรรมในงานเขียนของจางอ้ายหลิง มักจะไม่ใช่เรื่องประเภท “คอขาดบาดตาย” อันเกิดจากเหตุภายนอก แต่สืบเนื่องมาจากความเปราะบางภายใน, ความอ่อนแอ, และข้อจำกัดของตัวละครเอง ส่งผลให้เกิดเป็นอารมณ์ร้าวรันทดชนิดบาดลึก มากกว่าจะสะเทือนใจแบบโจ่งแจ้งเอาเป็นเอาตาย
จางอ้ายหลิงเริ่มลงมือเขียนเรื่องสั้นชิ้นนี้ตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1950 และใช้เวลาขัดเกลาอย่างประณีตพิถีพิถันอยู่นาน จนถึงปี 1979 จึงค่อยตีพิมพ์เป็นครั้งแรก
ที่มาต้นตอซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้จางอ้ายหลิงเขียน Lust, Caution มีความเป็นไปได้อยู่ 2 ทาง อย่างแรกคือ อิงจากเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์ กรณีวางแผนลอบสังหารติงโมคุน (ปัญญาชนระดับนำของจีนอดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งต่อมากลับลำไปเข้าร่วมกับหวังจิ้งเหว่ย และโดนตราหน้าว่าเป็นคนทรยศ) เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 1939 โดยจารชนสาววัย 22 ปีชื่อเจิ้งผิงหยู

เล่ห์ราคะ Lust Caution เล่ห์ราคะ Lust Caution เล่ห์ราคะ Lust Caution
ปฏิบัติการดังกล่าว ลงเอยด้วยความล้มเหลว เจิ้งผิงหยูถูกประหารชีวิตในปีต่อมา ส่วนติงโมคุนก็พบจุดจบเช่นเดียวกันในปี 1947 หลังการเมืองแปรเปลี่ยนพลิกขั้ว
ข้อสันนิษฐานถัดมาคือ จางอ้ายหลิงเขียนเรื่องสั้นชิ้นนี้ โดยดัดแปลงจากชีวิตส่วนตัวของเธอเอง ซึ่งเคยแต่งงานกับหูหลันเฉิงเมื่อปี 1943 และหย่าร้างกันในปี 1947 (เนื่องจากฝ่ายชายมีพฤติกรรมนอกใจ)
โดยหน้าที่การงานหูหลันเฉิงเป็นนักเขียน, บรรณาธิการ และนักวิชาการที่มีผลงานโดดเด่น แต่จุดด่างพร้อยก็คือ เขาเคยเข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมัครพรรคพวกของหวังจิ้งเหว่ย ส่งผลให้มีตราบาปติดตัวว่าเป็นคนทรยศขายชาติ รวมทั้งถูกผู้คนยุคหลังตั้งแง่รังเกียจ ทุกวันนี้งานของเขาอย่างเช่น การศึกษาประวัติวรรณคดีจีนและพุทธศาสนา ยังคงเป็นหัวข้อถกเถียงในหมู่นักวิชาการว่า สมควรยกย่องยอมรับหรือไม่ (เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนปกครองประเทศ หูหลันเฉิงลี้ภัยไปใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่น และย้ายมาสอนหนังสือในมหาวิทยาลัยที่ไต้หวันช่วงต้นทศวรรษ 1970 แต่ก็ถูกกระแสสังคมกดดัน จนต้องกลับคืนสู่ญี่ปุ่น และเสียชีวิตที่โตเกียวในปี 1981)
เหตุการณ์ในเรื่องสั้น Lust, Caution เกิดขึ้นและจบลงภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง ใช้ฉาก/ตัวละครจำกัด เล่าเรื่องของหญิงสาวคนหนึ่ง กำลังนั่งรอคอยพบกับชู้รักตามนัดหมายที่ร้านกาแฟในย่านการค้าของเซี่ยงไฮ้ ระหว่างนั้นก็ให้ตัวละครครุ่นคิดถึงสถานการณ์ในปัจจุบันสลับกับการหวนรำลึกย้อนหลังถึงอดีต ครอบคลุมกินระยะเวลาหลายปี และเชื่อมโยงไปสู่ต้นเหตุทั้งหมด คือ การวางแผนลอบสังหารชู้รักของเธอ ซึ่งเป็นคนทรยศขายชาติ ก่อนจะขมวดลงเอยคลี่คลายอย่างเข้มข้น ตึงเครียด พลิกผันหักมุม และเศร้าสะเทือนใจ
ปมสำคัญในเรื่องสั้น Lust, Caution อยู่ที่การตัดสินใจของนางเอกในชั่วเสี้ยววินาทีคับขันเป็นตาย ซึ่งส่งผลกระทบใหญ่หลวง และทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป
จางอ้ายหลิงใช้การบรรยายให้เห็นถึงแสงเงามืดสลัว, เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และฉากหลังเครื่องประดับต่าง ๆ โดยถี่ถ้วน จนเกิดกลิ่นอายของนิยายจารชนที่ลึกลับและเร่งเร้าระทึกใจ ทว่าอีกด้านหนึ่งบรรยากาศห้อมล้อมดเหล่านี้ ก็เปรียบเปรยสะท้อนถึงตัวละครที่ต้องปกปิดซ่อนเร้นความจริง และเผยเฉพาะด้านโกหกหลอกลวงต่อสายตาผู้อื่น, การเสแสร้งสวมบทบาทเป็นตัวปลอม, ความขัดแย้งในใจ รวมทั้งการค้นพบความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง (อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ “ชี้เป็นชี้ตาย” ในตอนท้าย)
เรื่องสั้น Lust, Caution สะท้อนเนื้อหาเอาไว้สองแง่มุม อย่างแรกคือ ภาพคู่ขนานหยอกล้อกัน ระหว่างตัวนางเอกที่ยินยอมบรรลุเป้าหมายด้วยการ “ตกเป็นนางบำเรอ” ของมิสเตอร์ยี-หนุ่มใหญ่ผู้มีตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลของหวังจิ้งเหว่ย-ซึ่งเป็นเป้าหมายที่หญิงสาวและพรรคพวก ร่วมกันสมคบคิดวางแผนลอบสังหาร ความสัมพันธ์ของทั้งสอง เหมือนนิยายรักรันทดเศร้า เมื่อเธอต้องตกเป็นฝ่ายถูกกระทำและโดนกำหนดควบคุมโดยมิสเตอร์ยีอยู่เกือบตลอดเวลา พร้อม ๆ กันนั้นมันก็เสียดสีเย้ยหยันพฤติกรรมของฝ่ายชาย ซึ่งยินยอมตกเป็นเครื่องมือและอยู่ใต้คำสั่งของญี่ปุ่น

เล่ห์ราคะ Lust Caution เล่ห์ราคะ Lust Caution
<< เนื้อเรื่องย่อภาพยนตร์ เล่ห์ราคะ Lust Caution >>