|
หลี่สือเจิน ราชาสมุนไพร 
<<< เรื่องย่อ หลี่สือเจิน ราชาสมุนไพร >>> หลี่เหยียนเหวิน เป็นหมอที่มีชื่อในตานโจว แต่หลี่เหยียนเหวินกลับรู้สึกว่าตนมีฐานะต่ำต้อยในวงการแพทย์ ดังนั้นจึงฝากความหวังไว้ที่ หลี่สือเจิน (หลินเหวินหลง) ลูกชายคนรองให้สอบเป็นบัณฑิตให้ได้เพื่อวงศ์ตระกูล หลี่สือเจินได้รับแรงบันดาลใจจากพ่อจึงหมกมุ่นกับการศึกษาค้นคว้ายาสมุนไพรตั้งแต่เล็ก ในช่วงเตรียมตัวสอบบัณฑิตหลี่สือเจินรักษาโรคให้ชาวบ้าน ต่อมาหลี่สือเจินก็ได้รู้จัก ตงชิง (เย่ซวน) ซึ่งสมอ้างว่าเป็นเซียนโอสถที่แจกจ่ายยาให้ชาวบ้านทำให้เลื่อมใสจิตใจซึ่งเปี่ยมด้วยความเมตตาของนาง หลี่เหยียนเหวินยึดมั่นคำมั่นสัญญาที่มีต่อสหาย หลังจากที่หลี่สือเจินสอบเป็นบัณฑิตได้แล้วก็จะให้แต่งงานกับ อู๋มู่หยง (หลี่ซือยิ่น) หลานสาวจิงอ๋อง แต่จิงอ๋องรังเกียจสกุลหลี่ที่มีฐานะต่ำต้อยในสังคม ด้วยเหตุนี้เองจึงมีอคติต่อสกุลหลี่ อู๋มู่หยงชื่นชมความสามารถของหลี่สือเจิน นางจึงเฝ้าคอยที่จะได้แต่งงานกับหลี่สือเจิน หลิวอี้เจี่ย หญิงม่ายสิ้นลมขณะคลอดทุกคนต่างคิดว่านางสิ้นใจแล้วแต่ขณะที่ทำพิธีศพให้นางนั่นเอง นึกไม่ถึงว่าทารกในครรภ์นางก็ดิ้นขึ้นมา ทำให้เลือดไหลนองออกมาจากโลงศพ โชคดีที่หลี่สือเจินและตงชิงพบเห็นเข้าเสียก่อนจึงช่วยชีวิตหลิวอี้เจี่ยไว้ หลิวอี้เจี่ยคลอดลูกอย่างปลอดภัยทำให้นางเห็นหลี่สือเจินและตงชิงเป็นผู้มีพระคุณของนาง หลี่สือเจินมีปณิธานอันแรงกล้าที่จะเป็นหมอดังนั้นจึงไม่ได้สนใจการสอบบัณฑิตสักเท่าใดนัก แต่เมื่อเป็นความต้องการของพ่อ ดังนั้นจึงต้องไปสอบบัณฑิตที่เมืองอู่ชางโดยไม่มีทางเลือก หลี่เหยียนเหวินต้องการให้หลี่สือเจินอ่านตำราที่ห้องสมุดเพื่อเตรียมตัวสอบบัณฑิต หลี่สือเจินไม่มีทางเลือกจึงต้องรับปาก หลังจากที่หลิวอี้เจี่ยได้รับการช่วยชีวิตจากตงชิงแล้วนางก็กลายเป็นเพื่อนรักกับตงชิง ทั้งยังยก อาเซีย ลูกชายให้เป็นลูกบุญธรรมของตงชิงอีกด้วย ตงชิงได้รับแรงบันดาลใจจาก เสี่ยวตี้ฉาง พ่อของนาง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้นางเกิดความสนใจการแพทย์ขึ้นมา แต่สังคมที่รังเกียจหมอหญิงตงชิงจึงตั้งปณิธานว่าจะต้องเป็นหมอหญิงที่เลื่องชื่อให้ได้ จินสุ่ย ซึ่งเป็นชาวประมงเป็นโรคเท้าเปื่อยจึงไปขอรับการรักษาจากหลี่สือเจิน เนื่องจากหลี่สือเจินรับปากหลี่เหยียนเหวินผู้เป็นพ่อว่าในระหว่างที่เตรียมตัวสอบนี้จะไม่รักษาโรคให้ชาวบ้าน หลี่สือเหวินจึงขอความช่วยเหลือจากตงชิง ต่อมาหลี่สือเจินได้รู้จักกับ ผางเสี้ยน (หม่ากั๋วหมิง) หมอหลวงจากสำนักหมอหลวง หลังจากที่หลี่สือเจินรู้จักกับผางเสี้ยนแล้วก็ขอยืมตำราแพทย์มาศึกษาแต่กลับถูกปฏิเสธ ต่อมาผางเสี้ยนเห็นความจริงใจของหลี่สือเจิน ดังนั้นจึงยินยอมให้หลี่สือเจินยืมตำราแพทย์ไปศึกษา หลี่สือเจินและตงชิงพากันไปเก็บสมุนไพรทั้งสองเข้ากันได้เป็นอย่างดีจนเกิดความรู้สึกที่ดีต่อกันขึ้นมา เนื่องจากหลี่สือเจินได้หมั้นหมายกับอู๋มู่หยงตั้งแต่เล็กแล้ว ทำให้ไม่สามารถบอกรักตงชิงได้ ด้วยความที่หลี่สือเจินกลัดกลุ้มใจมากจึงได้ระบายความอัดอั้นตันใจให้ให้ หลีกั่ว พี่ชายของตนฟัง ผางเสี้ยนได้รู้จักกับอู๋มู่หยง เมื่อได้รู้จักก็เกิดเป็นรักแรกพบขึ้นมา อีกด้านหนึ่งนั้นอู๋มู่หยงเสาะแสวงหาพู่กันบัณฑิตให้หลี่สือเจินสร้างความประทับใจให้หลี่สือเจินยิ่งนัก หลี่สือเจินตัดสินใจว่าหลังจากที่สอบเป็นบัณฑิตแล้วก็จะบอกเลิกการแต่งงานของตนกับอู๋มู่หยงเพื่อบอกรักตงชิง นึกไม่ถึงว่าเมื่อเดินทางกลับมาจากการสอบตงชิงได้รับปากแต่งงานกับพี่ชายของหลี่สือเจิน ทำให้หลี่สือเจินต้องแต่งงานกับอู๋มู่หยงดังเดิม ต่อมาหลี่สือเจินได้ฝากตัวเป็นศิษย์หมอคนหนึ่งที่แท้หมอคนนี้เป็นพ่อบุญธรรมของตงชิงนั่นเอง หลี่สือเจินพบว่าตำราแพทย์โบราณผิดพลาดและคลาดเคลื่อนมากมายหลายจุด ที่สำคัญสมุนไพรปลอมก็เกลื่อนเมือง ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้หลี่สือเจินตัดสินใจเขียนตำรายาสมุนไพรขึ้นมา หลี่สือเจินได้รับการฝากฝังจาก ฉู่อ๋อง จนได้เป็นหมอหลวงในสำนักหมอหลวง หลี่สือเจินมีปณิธานอันแรงกล้าที่จะเขียนตำรายาสมุนไพรขึ้นมา เนื่องจากหลี่สือเจินได้ล่วงเกิน เหยียนฉง ขุนนางใหญ่ในราชสำนัก ทำให้เรื่องที่จะเขียนตำรายาสมุนไพรถูกขัดขวาง หลี่สือเจินต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุนระหกระเหินไปทั่ว ช่วงเวลานี้ผางเสี้ยนหมอหลวงจากสำนักหมอหลวงได้ติดตามหลี่สือฉินมาโดยตลอด หลี่สือเจินรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้ชาวบ้าน อีกด้านหนึ่งนั้นก็ศึกษาค้นคว้ายาสมุนไพร โดยได้ทุ่มเทชีวิตเขียนตำรายาสมุนไพรจนสำเร็จในที่สุด <<< ภาพประกอบเรื่อง หลี่สือเจิน ราชาสมุนไพร >>> 








นำแสดงโดย : หลินเหวินหลง เย่ซวน หม่ากั๋วหมิง หลี่ซือยิ่น เฉินซิ่วจู หลอกว้านหลัน หลิวเจียง อ้ายเวย

หลี่สือเจิน หมอชื่อดังสมัยราชวงศ์หมิง ผู้เขียนตำราสมุนไพรอันโด่งดัง "เปิ่นเฉากังมู่" หรือหนังจีนชุดเอามาสร้างชื่อเรื่องว่า "เปิ่นเฉาเย่าหวัง (ราชาสมุนไพร)" หลี่สือเจิน เกิดในตระกูลที่เป็นหมอกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ ตัวเขาเองก็ตั้งใจจะเป็นหมอที่ดีต่อไป แต่ในสมัยนั้นอาชีพหมอตกต่ำและพวกข้าราชการก็มักมารังแกอยู่เสมอ ทำให้พ่อของหลี่สือเจินให้ลูกไปสอบเป็นข้าราชการเผื่อความเป็นอยู่จะดีขึ้น หลี่สือเจินแม้จะชอบทางด้านรักษาคนแต่ไม่กล้าขัดใจพ่อจึงไปสอบเข้ารับราชการ อายุสิบสี่สอบได้ซิ่วไฉ (การสอบในระบบเคอจวี่ ที่หลี่สือเจินสอบเป็นระดับเยวี่ยนซื่อซึ่งต่ำสุดผู้สอบผ่านจะได้รับราชการในระดับอำเภอ ลำดับต่อมาเป็นการสอบในระดับมณฑล เรียกว่า เซียงซื่อ หากสอบผ่านระดับนี้ได้จะได้เป็น จวี่เหริน ซึ่งมีสิทธ์สอบในระดับสามซึ่งเป็นการสอบหน้าพระที่นั่งเรียกว่า เตี้ยนซื่อ คนที่สอบได้ระดับนี้จะเรียกว่า จิ้นสือ ซึ่งมีตำแหน่งคนที่สอบได้ที่ 1 เรียกว่าจ้วงหยวน(จอหงวน) ที่ 2 เรียกว่า ปั้งเหยี่ยน และที่ 3 เรียกว่า ทั่นฮวา (ลี้คิมฮวงในฤทธิ์มีดสั้นก็สอบได้ตำแหน่งที่สามนี้) จากนั้นก็ไปสอบระดับจวี่เหรินอีกถึงสามครั้ง แต่สอบไม่ผ่าน หลี่สือเจินจึงขอพ่อว่าอยากเป็นหมอ คราวนี้พ่อขัดใจลูกไม่ได้บ้างจึงยอม หลี่สือเจินค้นคว้าวิจัยอยู่หลายสิบปี พออายุ 30 กว่าปีก็กลายเป็นหมอชื่อดังแห่งยุค เขารักษาเชื้อพระวงศ์จนหาย ได้รับราชการในวังและศึกษาตำราทางการแพทย์โบราณที่หายากและเก็บไว้แต่ในวังมากมายจนทำให้เพิ่มพูนความรู้อย่างกว้างขวาง แต่รับราชการได้ไม่ถึงปีก็ลาออกกลับบ้านเกิด หลี่สือเจินใช้ความรู้ที่มีเขียนตำรายาสมุนไพรเปิ่นเฉากังมู่แล้วเสร็จในปี ค.ศ.1578 เขียนด้วยจำนวนคำล้านเก้าแสนกว่าคำ แบ่งเป็น 16 เล่ม 62 ชนิด 50 บท รวมสมุนไพรไว้ถึง 1892 ชนิด เพิ่มจากเดิมถึง 374 ชนิด บันทึกตำหรับยาไว้ถึง 11096 อย่าง มากกว่าที่ก่อน ๆ บันทึกไว้ถึงสี่เท่า ทั้งยังวาดภาพประกอบอย่างละเอียดเกี่ยวกับสมุนไพรต่าง ๆ อย่างชัดเจน ถึง 1160 ภาพ เปิ่นเฉากังมู่รวมความรู้ทางด้านยาสมุนไพรของจีนโบราณกว่า 2000 ปีไว้ ทั้งยังเพิ่มความรู้ใหม่ ๆ ลงไปและขจัดข้อสงสัยและความเข้าใจผิดที่มีมาแต่เดิมให้ถูกต้องชัดเจนขึ้น ตำรายาอันโด่งดังด้วยความรู้อันล้ำค่านี้แปลเป็นภาษาต่างประเทศหลายภาษาเช่น ญี่ปุ่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน รัสเซีย และเกาหลี นับเป็นแหล่งความรู้จากตะวันออกอันหาค่ามิได้ 
| 
| ตำรายาสมุนไพรเปิ่นเฉากังมู่ | หลุมศพของหมอหลี่ |
ข้อมูลจาก : bloggang.com, thaitv3.com
|