Dororo : โดโรโระ
ก่อนจะมาเป็นภาพยนตร์ “โดโรโระ” (Dororo) สร้างจากการ์ตูนคลาสสิค เมื่อ 40 ปีก่อน รวมทั้งเป็นหนังสือการ์ตูนที่วัยรุ่นแดนปลาดิบนิยมอ่าน เป็น ผลงานการเขียนของสุดยอดนักเขียนการ์ตูน “เท็ตสึกะ โอซามุ” แถมยังถูกนำมาสร้างเป็นเกมส์เพลย์สเตชั่น ทู (Play station 2) มาแล้วด้วย “โดโรโระ”Dororo ถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ นำแสดงโดยดาราสาวหน้าใสขวัญใจวัยรุ่นชื่อดัง “โค ชิบาซากิ” (จาก Crying Out Love, In The Center of The World และ Battle Royale ) รับบทเป็น “โดโรโระ” คู่หู “ฮัคคิมารู” และหนุ่มหล่อขวัญใจสาว ๆ ตลอดกาล “ซาโตชิ ซึมาบูกิ” (จาก Nada Shou Shou และ Spring Snow ) รับบทเป็น “ฮัคคิมารู” มนุษย์ไร้อวัยวะจริง ส่วนผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้คือ “ชิโอดะ อะกิฮิโกะ” (จาก Harmful Insect และ Moonlight Whispers) โดยได้รับเกียติจาก “ฉิงเสี่ยวตุง” ผู้กำกับฉากต่อสู้ชาวจีนมาช่วยดูแล ผลงานสร้างชื่อที่ผ่านมาของเขาคือ House of Flying Dagger, Hero และ Shalolin Soccer.
ใครที่คิดว่าหนังที่สร้างจากการ์ตูนญี่ปุ่นน่าผิดหวัง อย่างน้อยคำวิจารณ์ในแง่บวกของหนังเรื่องนี้น่าจะเป็นเครื่องมือรับประกันคุณภาพได้พอสมควร เพราะมาร์ค ซิลลิ่ง นักวิจารณ์ของ Japantimes ชื่นชมหนังเรื่องนี้อย่างมาก(คะแนน4/5) ไม่ว่าจะเป็นสาระที่ว่าด้วยความเป็นมนุษย์ในร่างที่มีอายุขัยกับร่างจักรกลอย่างโดดเด่น, งานคอมพิวเตอร์กราฟฟิคที่สวยงามน่าทึ่ง, การออกแบบฉากต่อสู้ของสุดยอดผู้กำกับคิวบู๊ชาวฮ่องกง เฉินเสี่ยวตง (Curse of The Golden Flower และ Hero) แต่ที่เหนือไปกว่านั้นคือการแสดงอันมีชีวิตชีวา โดยเฉพาะ โค ชิบาซากิ ที่ดูดิบ ซุกซนจนทำให้คนลืมภาพลักษณ์นางเอกละคร และสาวโหดสุดเย็นชาใน Battle Royale ไปเลย แน่นอนว่าพอมาเป็นภาพยนตร์บนจอเงินเพียง 2 สัปดาห์แรก “Dororo : โดโรโระ” ก็สามารถทำเงินเป็น อันดับ 1 บนบ๊อกซ์ออฟฟิศญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ด้วยรายได้เปิดตัวในช่วงสัปดาห์แรก ถึง 450 ล้านเยน (3.7 ล้านเหรียญฯ) นับว่าเป็นสถิติที่สูงกว่าภาพยนตร์ทำเงินอย่าง “Nada Sou Sou” และ “Sinking of Japan” สัปดาห์ต่อมาก็ทำเงินไปถึง 1.26 พันล้านเยน (10.4 ล้านเหรียญฯ) เอาชนะภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดมาแรงอย่าง “Pursuit of Happiness”, “Mari Antoinette” และภาพยนตร์ฮ่องกง “Battle of Wits” อีกด้วย แม้ในสัปดาห์ล่าสุดจะเจอคู่แข่งแข็งๆ หนังเพลงเข้าชิงออสการ์สูงสุดอย่าง Dreamgirls ก็ตาม แต่ผู้สร้างก็คาดการณ์ว่าในสัปดาห์หน้าหนังจะทำเงินผ่านหลัก 3 พันล้านเยนได้อย่างแน่นอน...ซึ่งทำเงินขนาดนี้ ก็กลายเป็นธรรมเนียมของหนังญี่ปุ่นไปเสียแล้วที่จะต้องสร้างภาคต่อเก็บเงินคนดูอีกระลอก
ทาคาชิ โฮชิโน่ โปรดิวเซอร์ของหนังกล่าวว่าเขามีแผนจะทำหนังเรื่องนี้เป็นไตรภาคไม่ต่างกับ The Lords of The Rings เวอร์ชั่นญี่ปุ่นเลยทีเดียว ขณะที่ภาคแรกใช้งบประมาณไปถึง 2 พันล้านเยน ถ่ายทำในประเทศนิวซีแลนด์ ในภาค 2 และภาค 3 จะใช้งบสูงขึ้นอีกถึง 6 พันล้านเยน สำหรับฉากสงคราม
เนื่องจากติดตารางการถ่ายทำของดารา หนังจึงเตรียมจะถ่ายทำในปีหน้า มีกำหนดฉาย(ซึ่งยังไม่มีอะไรแน่นอน)ในปี 2009 และมีแผนจะจัดจำหน่ายในต่างประเทศอีกด้วย โดยทางผู้จัดจำหน่ายค่ายยูนิเวอร์แซล ประเทศญี่ปุ่น หนึ่งในผู้ออกทุนให้กับการสร้างหนัง หวังจะฉายหนังภาคต่อเรื่องนี้ในอเมริกาเปิดตัวพร้อมญี่ปุ่นเลยทีเดียว
เรื่องย่อ .. ไฮยัคกิมารุ เกิดมามีร่างกายขาดหายไป 48 ส่วน เพราะก่อนเกิด พ่อของเขา ไปทำสัญญากับปีศาจ 48 ตน ว่าจะมอบชิ้นส่วนของลูกที่จะเกิดให้ เพื่อแลกกับความคุ้มครองจากปีศาจ .. ปีศาจไม่ต้องการให้เด็กคนนี้มีชีวิตรอด เพราะได้ยินมาว่า ไฮยัคกิมารุ คือคนที่จะมาปราบปีศาจ .. แต่เด็กคนนี้ก็รอดมาได้ ด้วยศัลยแพทย์ ที่เก็บร่างทารก มาประกอบจนใช้ชีวิตได้เป็นปกติ .. ไฮยัคกิมารุ มีพลังพิเศษ พอเขาโตขึ้น ได้คู่หู เป็นโจรชั้นเซียนของญี่ปุ่นชื่อ โดโรโระ .. ทั้งคู่ออกเดินทางตามล่าปีศาจทั้ง 48 เพื่อเก็บชิ้นส่วนร่างกายของเขาคืน พร้อมกับปกป้องชาวบ้านที่ถูกกดขี่ขมเหง จากอำนนาจมืด ... ข้อมูลจาก : www.popcornmag.com, www.jkdramas.com และ www.pop-u.com
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
ชื่อ Kou Shibasakiแสดงเป็น โดโรโระชื่อจริง Yukie Yamamura วันเกิด 5 สิงหาคม ค.ศ. 1981 บ้านเกิด กรุงโตเกียว ส่วนสูง 160 เซนติเมตร กรุ๊ปเลือด บี