Entertainment Update  
@@ เบาหวาน - เมื่อความหวานเป็นพิษ @@
         "เราเคยได้ยินแต่ว่า เนื้อสัตว์ไขมันเป็นของน่ากลัวทำลายสุขภาพ จนแนวคิดของการรักษาสุขภาพจะมีอยู่จำนวนหนึ่งที่ไม่กินเนื้อสัตว์ อย่างพวกมังสวิรัติเป็นต้น อีกพวกหนึ่งก็นั่งเลาะไขมันออกจากชิ้นเนื้อในจานอาหารที่กิน เช่นกินไก่ต้องไม่กินหนังไก่" นพ. ดร.วิศาล เยาวพงศ์ศิริกล่าว "มัวแต่ระวังเนื้อสัตว์กับไขมัน แต่หารู้ไม่ว่า ทุกวันนี้สารอาหารที่น่าจะเป็นผู้ร้ายตัวใหม่ที่บั่นทอนสุขภาพของคนทั่วโลก คือแป้งและความหวาน"

         "ทำไมผมจึงพูดอย่างนี้ เพราะเราต้องรู้อย่างหนึ่งว่า คาร์โบไฮเดรตที่กินเข้าไปทำให้เกิดเรี่ยวแรงนั้น ถ้าเรากินเกินคาร์โบไฮเดรตที่ถูกดูดซึมเข้าไปล่องลอยอยู่ในเลือดในรูปของน้ำตาล ส่วนหนึ่งถูกเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์ทำให้ไขมันเลือดสูง และทำให้อ้วนด้วย และคนอีกส่วนหนึ่งที่ยังคงเป็นน้ำตาลล่องลอยอยู่ในเลือดจะดองเซลล์ของร่างกายเราเอง เป็นเหตุให้แก่ และปล่อยไว้นานๆก็กลายเป็นเบาหวาน"

         "ทีนี้เนื่องจากแป้งและของหวานเป็นอาหารที่มีราคาถูก หาได้ง่าย ทำเป็นการค้าให้พร้อมกินได้ตลอดเวลาในทุกรูปแบบ โลกสมัยนี้จึงมีคนต้องพิษจากความหวานมากมายเหลือเกิน คนอ้วนส่วนข้างมากเวลานี้ก็อ้วนเพราะแป้ง หรือไม่ก็เป็นเบาหวานไปเลย จากสถิติพบว่าในประเทศไทย จังหวัดหรือภูมิภาคไหนที่มีน้ำตาลเยอะจะมีคนเป็นเบาหวานเยอะ ตัวอย่างจังหวัดเพชรบุรีมีน้ำตาลโตนด จังหวัดแถวชายทะเลฝั่งตะวันออก เช่นชลบุรี ระยอง แถวนั้นปลูกอ้อยและมีโรงงานน้ำตาลเยอะ เบาหวานก็เยอะด้วย"

         "แต่ก็ไม่แน่นะครับ สมัยนี้การคมนาคมสะดวก ความหวานก็จำหน่ายออกไปได้เร็ว โรคอ้วนโรคเบาหวานอาจจะไม่กระจุกตัวอยู่แถวจังหวัดเหล่านั้นเสมอไป เอาแค่ง่ายๆว่า ใครผ่านชลบุรีแวะซื้อข้าวหลามที่หนองมน ซึ่งนับวันจะหวานจัดจ้านขึ้นแข่งกันสุดฤทธิ์ เบาหวานก็ระบาดไปทั่ว คนกรุงเทพฯซึ่งเป็นยอดแห่งบริโภคนิยมย่อมจะต้องอ้วน และเบาหวานขึ้นแซงหน้าจังหวัดอื่นๆ"

    
         กินหวานเกิดโทษอย่างไร? ต้องเข้าใจกระบวนการพื้นฐานของการหล่อเลี้ยงชีวิตเสียก่อน นั่นคือการเผาผลาญอาหารที่เรียกว่า เมตาโบลิสม์ ก่อนอื่นร่างกายเรามีน้ำตาลในเซลล์เป็นเชื้อเพลิง เอาไว้รอออกซิเจนที่จะหมุนเวียนมาสู่เซลล์ ออกซิเจนจะเผาเชื้อเพลิงซึ่งคือน้ำตาลในแต่ละเซลล์ในตัวเราเองให้เกิดเป็นพลังงานขึ้นมา เหมือนก่อกองไฟเล็กๆภายในเซลล์ของเรา กองไฟเผาเชื้อเพลิงต่ออายุให้เซลล์ แต่ก็จะเกิดเขม่าขึ้นในเซลล์นั้น เขม่าก็คืออนุมูลอิสระซึ่งจะทำลายเซลล์ไปด้วยพร้อมกัน เหมือนการเผาใบไม้ เหมือนการจุดระเบิดของน้ำมันเบนซินในเครื่องยนต์ เหมือนการทอดน้ำมันในกระทะ ก็จะเกิดควันไฟ เขม่า ควันรถยนต์ ขึ้นฉันใดก็ฉันนั้น ทีนี้ถ้าในร่างกายมีน้ำตาลมากกว่าธรรมดา เนื้อเยื่อของเราก็จะดำเกรียมง่ายกว่าธรรมดาด้วย จะเปรียบเทียบให้ดูง่ายๆอีกอย่างหนึ่ง เหมือนเราเอาเนื้อซึ่งเป็นโปรตีนไปอาบด้วยน้ำตาล แล้วเอาไปเผาไฟ มันจะดำเกรียมง่ายกว่าธรรมดา สังเกตว่าไก่อบน้ำผึ้งจะไหม้ไฟส่งกลิ่นหอมกว่าธรรมดาด้วย นั่นแหละ แม้จะหอมชวนกิน แต่นั่นหมายถึงเนื้อที่ถูกส่งเสริมการไหม้ไฟด้วยน้ำตาลไปด้วย กรณีเช่นนี้พยาธิแพทย์จะรู้ดีเมื่อเปรียบเทียบเส้นเอ็นของร่างกายคนที่ยังเด็กหรือหนุ่มสาว เส้นเอ็นจะขาวสวย แต่ถ้าไปผ่าดูเส้นเอ็นของคนที่อายุมาก จะเห็นว่าเส้นเอ็นจะมีสีเหลืองเกรียมๆ นั่นเป็นเพราะเนื้อเยื่อเส้นเอ็นนั้นถูกใช้งานมานานปี ก็เกรียมขึ้นทุกวัน เหมือนไก่อบน้ำผึ้งค่อยๆ ถูกปิ้งไฟ

         นักวิชาการอีกท่านหนึ่งที่อธิบายพิษภัยของน้ำตาลด้วยหลักการทางชีวเคมีคือ ศ.ดร.ไมตรี สุทธจิตต์ ท่านกล่าวว่า น้ำตาลถ้าอยู่ในเลือดและหมุนใช้ไม่ทัน น้ำตาลจะถูกเปลี่ยนเป็นสารอีกกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า Aldehyde คำนี้คนทั่วไปไม่ค่อยรู้จัก แต่ถ้าถามว่ารู้จักฟอร์มาลินหรือไม่ ใครก็รู้ดี คือน้ำยาดองศพนั่นเอง อัลดีไฮด์ที่ล่องลอยอยู่ในน้ำเลือดจะดองเซลล์ตัวเอง เพราะมันจะเปลี่ยนธรรมชาติของโปรตีนที่มันสัมผัสด้วยให้เสื่อมสภาพไป

         ตรงนี้ผมเคยได้ยินอาโกว หรือคุณป้าของผมเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนนี้ตอนที่เธออยู่ที่แต้จิ๋วขณะนั้นยังเป็นวัยรุ่น มักมีเหตุต่อยตีกันระหว่างแซ่ เช่นแซ่แต้กับแซ่ลิ้มมักมีเรื่องตีกัน แรกๆก็ชกต่อยธรรมดาแบบนักเลงไม่ให้เหยียบถิ่นกัน แต่พอดีมีเรื่องหนักข้อถึงขั้นชายหนุ่มในหมู่บ้านถูกตีตาย คราวนี้ก็ถึงขั้นลากเอามีดดาบปืนผาหน้าไม้ไปฟาดฟันกันทั้งหมู่บ้าน ตอนนั้นอาโกวของผม เป็นสาวใจถึงเคยหาบน้ำแข่งกับชาย อกสามศอก ก็ลากเอาปืนแก็ปกระจำบ้านออกไปสู้รบกับเขาด้วย เรื่องยืดเยื้อจนถึงขั้น ตัดหัวนักเลงฝ่ายตรงข้าม ใส่โหลดองส่งไปยั่วเย้ยอีกฝ่ายหนึ่ง ตัวน้ำยาที่ใช้ดองก็คือ น้ำผึ้งนั่นเอง เพราะรู้กันอยู่ว่าน้ำผึ้งน่ะใช้ดองศพได้ดี ตามเรื่องที่เล่าไม่ได้บอกว่าท้ายที่สุดแซ่ใดชนะ ที่แน่ๆก็คือเจ็บตาย เสียผู้สืบสกุลไปกันทั้งสองฝ่าย แต่ผมเพียงจะชี้ให้เห็นว่า การปล่อยให้น้ำตาลลอยอยู่ในเลือดก็เหมือนปล่อยให้หลอดเลือดและเซลล์ของเราถูกดองด้วยน้ำยาดองศพนั้นเอง

         เซลล์ที่ถูกผลร้ายจากน้ำตาลในเลือดก่อนใครๆคือ เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดแดงเป็นถุงนิ่มๆแบนๆเหมือนโดนัทที่ไม่มีรู ขนาดของมันคือ 7 ไมครอน มันต้องทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ทั่วร่างกาย โดยส่วนปลายที่สุดของหลอดเลือดแดงนั้น มันตีบแคบลงเป็นหลอดเลือดฝอยซึ่งมีขนาดความกว้างแค่ 4 ไมครอนเท่านั้นเอง

         ปัญหาก็คือ เจ้าถุงเม็ดเลือดแดงที่มีขนาดใหญ่กว่าหลอดเลือดฝอย จะผ่านไปตามทางแคบๆเหล่านี้ได้อย่างไร คำตอบก็คือ มันต้องเบียดแทรกตัวเองเข้าไปช้าๆ ระหว่างนั้นก็ถูกดูดซับออกซิเจนผ่านไปให้เซลล์ เจ้ากระบวนการเบียดแทรกตัวเองไปในช่องแคบๆนี้แหละ มันต้องอาศัยความยืดหยุ่นของเยื่อหุ้มเม็ดเลือดแดง ถ้าถุงหุ้มของมันนุ่มนิ่มอ่อนย้วยไปมาได้ มันก็เบียดแทรกตัวเองไปได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าถุงหุ้มของมันแข็งโป๊ก ทีนี้ละ มันจะแทรกตัวเองไปได้อย่างไร เมื่อแทรกตัวไปไม่ได้ เนื้อเยื่อตรงนั้นก็เกิดอาการขาดเลือดหล่อเลี้ยง

         
คนที่เป็นเบาหวาน น้ำตาลที่ปล่อยให้ล้นเกินในเลือดจะดองเม็ดเลือดแดงให้แข็งโป๊กนั่นเอง ผลก็คืออวัยวะต่างๆจะขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง จึงเกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นมากมาย ได้แก่:

- จอตาเสื่อม
- หูตึง ประสาทหูเสื่อม
- สมองมึนงง สมองเสื่อมเร็ว อัลไชเมอร์
- ชาปลายมือ ปลายเท้า บางคนถึงกันต้องถูกตัดขา เพราะความชาทำให้เป็นแผลโดยไม่รู้ตัว
- หย่อนสมรรถภาพทางเพศ

         หลอดเลือดในคนที่เป็นเบาหวานก็ถูกดองด้วยน้ำตาลไปด้วย เป็นเหตุให้เกิดโรคความดันเลือดสูงส่วนรอยขรุขระในหลอดเลือดก็ที่ยั่วเย้าให้เกล็ดเลือดจับตัวตรงรอยขรุขระ เกิดการอุดตันหลอดเลือด เกิดโรคหัวใจขาดเลือด และอัมพาตในที่สุด วมความแล้ว หวานเป็นลม ขมเป็นยา ดูท่าจะจริง กินหวานกินแป้งก่อให้เกิดโรคอ้วน โรคไขมันเลือดสูง โรคเบาหวานซึ่งเป็นปากประตูของโรคร้ายอีกนานัปการ แต่คนเป็นเบาหวานมักจะประมาท เพราะไม่ได้ตายวันตายพรุ่งให้เห็น แต่จะทุกข์ทรมานอย่างน่าสงสาร

++ รักษาเบาหวานด้วยสารเสริม ++
          แม้ว่าเบาหวานจะเป็นโรคที่ไม่อันตรายจนถึงชีวิต แต่เป็นโรคที่สร้างความทุกข์ทรมานแก่ผู้ป่วย ต้องควบคุมอาหารการกินอย่างเคร่งครัด ดูแลตัวเองไม่ให้เกิดบาดแผล ถ้าเป็นการรักษาด้วยการแพทย์สมัยใหม่ ต้องกินยาควบคุมน้ำตาลไปตลอดชีวิต ซึ่งในระยะยาว จะมีผลต่อไตของผู้ป่วยอย่างแน่นอน เราจะมาคุยถึงการใช้วิตามินและสารเสริมเพื่อบำบัดโรคเบาหวานกันค่ะ

สารเส้นใยกับเบาหวาน

          สารเส้นใยทำหน้าที่เป็นฟางข้าวคอยดูดซับอาหารที่เรากินเข้าไปติดตัวมันไว้แล้วพาออกนอกร่างกาย สำหรับคนที่เป็นเบาหวาน สารเส้นใยจะคอยซับไขมันและน้ำตาลที่กินเข้าไปออกทิ้งจำนวนหนึ่งเป็นการลดปริมาณไขมันและน้ำตาลที่จะเข้าสู่ร่างกายทางหนึ่ง จากการศึกษาของหน่วยโภชนวิทยา ร.พ.รามาธิบดี พบว่า หากให้กินสารเส้นใย 2 ช้อนชาก่อนดื่มน้ำอัดลม 15 นาที ระดับน้ำตาลในเลือดจะไม่สูงเท่าคนที่ดื่มน้ำอัดลมอย่างเดียว แสดงว่าสารเส้นใยสามารถลดปริมาณน้ำตาลที่จะเข้าสู่ร่างกาย และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี ในแต่ละวัน ร่างกายต้องการสารเส้นใยไม่น้อยกว่า 20 กรัม แต่ไม่ควรเกิน 35 กรัม เพราะหากร่างกายได้สารเส้นใยมากไป อาจขัดขวางการดูดซึมแร่ธาตุบางตัวที่จำเป็นต่อร่างกายได้

สารสกัดจากใบแปะก๊วยกับอาการข้างเคียงของเบาหวาน

         สารสกัดจากใบแปะก๊วยจะช่วยป้องกันจอตาเสื่อมจากเบาหวานหรือ "ภาวะเบาหวานขึ้นตา" จากการทดลองพบว่าหากให้ผู้ป่วยเบาหวาน และมีอาการทางตา เช่น การรับสีผิดเพี้ยนไป กินสารสกัดแปะก๊วยนาน 6 เดือน ปัญหาการมองเห็นสีดีขึ้น แผลเรื้อรังจากเบาหวาน ส่วนมากจะเกิดที่นิ้วเท้า ข้อเท้า เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงไม่พอ หากใช้สารสกัดใบแปะก๊วยไประยะหนึ่ง การสมานคืนจะดีขึ้นเนื่องจากการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น แนะนำให้ใช้สารสกัดจากใบแปะก๊วยขนาด 60 มิลลิกรัม วันละ 3 เม็ดก็พอ ส่วนผลข้างเคียงนั้นพบว่า การใช้สารสกัดจากใบแปะก๊วยที่สกัดเอาพิษออกหมดแล้ว จะไม่มีผลข้างเคียง แต่ถ้าใช้ใบแปะก๊วยโดยไม่ได้สกัดเอาสารพิษออก จะเป็นอันตรายต่อตับ ดังนั้นไม่ควรใช้ยาเม็ดแคปซูลแปะก๊วยที่บรรจุผงป่นจากใบ หรือใช้ใบชงเป็นชาดื่ม จะทำให้ตับอักเสบได้ มีรายงานว่าคนที่ใช้สารสกัดใบแปะก๊วยร่วมกับวิตามินซี วิตามินอี น้ำมันปลา หรือใช้กับยาละลายเลือด เช่น วาฟารีน แล้วมีเลือดออกในสมอง ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

กรดไลโปอิคกับเบาหวาน

         กรดไลโปอิคเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำหน้าที่ได้เกือบครอบจักรวาล เช่น เพิ่มฤทธิ์ของสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่น เป็นสารที่ร่างกายสร้างขึ้นได้เอง แต่เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะสร้างได้น้อยลง กรดไลโปอิคปรากฏโฉมบนชั้นในร้านสุขภาพเมื่อไม่นานนี้เอง และเป็นที่นิยมสำหรับผู้ป่วยเบาหวานในยุโรป กรดไลโปอิคมีผลในการปรับระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานให้กลับเป็นปกติ โดยเฉพาะในรายที่มีอาการดื้ออินซูลิน ซึ่งเป็นเบาหวานที่เกิดกับคนวัยกลางคน และเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานส่วนใหญ่ แนะนำให้ใช้กรดไลโปอิคเม็ดละ 50 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง

โครเมียมกับเบาหวาน

         โครเมียมเป็นเกลือแร่ที่ร่างกายต้องการวันละเพียงเล็กน้อย แต่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อระบบภูมิต้านทานของร่างกาย และการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ร่างกายจะขาดโครเมียมเมื่อกินข้าวขัดขาว สูงอายุ ตั้งครรภ์ หรือเมื่อออกกำลังกายหนักมากเกินไป เราสามารถหาแหล่งอาหารที่มีโครเมียมสูงได้จาก จมูกข้าวสาลี ตับวัวบรูเออร์ยีสต์ ไก่ น้ำมันข้าวโพด และหอย ในแป้งขัดขาว และผลไม้จะมีโครเมียมน้อย ในผู้สูงอายุที่ความทนทานต่อกลูโคสเสียไป เป็นเบาหวาน เมื่อกินยีสต์ที่มีโครเมียมสูง จะมีความทนต่อกลูโคสมากขึ้น ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ปริมาณที่ใช้ไม่เกินวันละ 200 ไมโครกรัม


สะดวกวิธีไหนก็เลือกใช้วิธีนั้นนะคะ คุณจะได้ไม่ต้องเสี่ยงกับการกินยารักษาเบาหวานไปตลอดชีวิต และไตของเราจะได้อยู่คู่กับเรานานนาน

นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล
credit : ข้อมูลจาก www.balavi.com


    สินค้าที่เกี่ยวข้อง
ชื่อสินค้า : เบาหวานกับการรักษาตนเอง
ประเภทสินค้า : BOOK บุ๊ค
สำนักพิมพ์ : รวมทรรศน์
ผู้แต่ง : นพ.ไพบูลย์ จาตุรปัญญา
ประเภท : สุขภาพ
วันที่วางจำหน่าย : 12-09-2008
จำนวนหน้า : 124 หน้า
ราคาปกติ : 150 บาท
ราคาขาย : 135 บาท
    
   
ชื่อสินค้า : กินเนื้อกินผักรักษาเบาหวาน แบบไม่ต้องอด
ประเภทสินค้า : BOOK บุ๊ค
สำนักพิมพ์ : รวมทรรศน์
ผู้แต่ง : นพ.ดร.วิศาล, นพ.บรรจบ, รศ.พญ.จิรพรรณ
ประเภท : สุขภาพ
วันที่วางจำหน่าย : 18-06-2007
จำนวนหน้า : 168
ราคาปกติ : 195 บาท
ราคาขาย : 175 บาท
    
   
ชื่อสินค้า : คู่มือควบคุมเบาหวาน
ประเภทสินค้า : BOOK บุ๊ค
สำนักพิมพ์ : รวมทรรศน์
ผู้แต่ง : พญ.ลลิตา ธีระสิริ
ประเภท : สุขภาพ
วันที่วางจำหน่าย : 12-09-2008
จำนวนหน้า : 54 หน้า
ราคาปกติ : 56 บาท
ราคาขาย : 50 บาท
    
   
ชื่อสินค้า : แมคโครไบโอติกว่าด้วยเบาหวานและการบริโภคนม
ประเภทสินค้า : BOOK บุ๊ค
สำนักพิมพ์ : รวมทรรศน์
ผู้แต่ง : อุดร ฐาปโนสถ
ประเภท : สุขภาพ
วันที่วางจำหน่าย : 18-06-2007
จำนวนหน้า : 120
ราคาปกติ : 143 บาท
ราคาขาย : 128 บาท
    
   

    >>> บทความทั้งหมด

    บทความแนะนำ

      หนังสือ harry potter เล่ม 7 "Harry potter and the Deathly Hallows" เปิดจองแล้ววันนี้ ส่งฟรีถึงบ้าน. ...
      จตุคามรามเทพ พบความจริงที่ถูกซ้อนเร้นมากกว่า 20 ปี ขององค์พ่อจตุคามรามเทพ พระเทวราชโพธิสัตว์แห่งทะเ ...
      หนังสือ The Clock หยุดเวลาไว้ให้คิดถึง เวลาของเธอเริ่มต้นหลังจากได้รู้จักเขา แต่เวลาของเขากลับหยุดต ...
      วิตามินต้านอนุมูลอิสระ..วิตามินซี มีอยู่ในผักสด และผลไม้สด ส่วนวิตามินอี มีมากในข้าวกล้อง และเมล็ดพ ...
      Lemony Snicket อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย- หนังสือขายดีที่สุดในนิวยอร์กไทม์ ติดต่อกันตั้งแต่ปี 20 ...
      นวนิยายแปล แพ็ครวม 5 เล่ม ของสำนักพิมพ์แก้วกานต์ ผู้พิทักษ์แห่งดาบ ตอน บ่วงเสน่หา, สาวน้อยเสี่ยงรั ...
      หนังสือนวนิยายแปลแพ็ครวม 5 เล่ม ของสำนักพิมพ์แก้วกานต์ โปรโมชั่นพิเศษสุดๆ สำหรับลูกค้า หาซื้อได้ที ...
      นิยายชุดคลื่นรัก หนังสือนวนิยายแปลแพ็ครวม 5 เล่ม ของสำนักพิมพ์แก้วกานต์ โปรโมชั่นพิเศษสุดๆ สำหรับล ...
      นวนิยายแปล,จอมใจจอมบงการ,รักแรกผลิ,เจ้าสาวจำเป็น,บุพเพฯ แห่งรัก,สุภาพบุรุษเสเพล,หนังสือ
      โรงรับจำนำหมายเลข 8 : THE PAWNSHOP NO 8,หนังสือ,ซิต้า ลอว์,Zita Law,โรงจำนำหมายเลข8,VCD,DVD


บริษัท โมโนเทคโนโลยี จำกัด เลขที่ 200 หมู่ 4 อาคารจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ชั้น16
ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี 11120
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้าสัมพันธ์ : services@mono2u.com
Copyright © 2005 MONO2U Co., Ltd.. All rights reserved
เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ e-Commerce Registration Number 0127314801273