เซเว่น SE7EN
:+: ประวัติส่วนตัว เซเว่น SE7EN :+:
:+: ประวัติผลงาน เซเว่น SE7EN :+:
ปี 1999 เซ็นสัญญาเป็นศิลปินในสังกัดบริษัทแผ่นเสียง YG Entertainment เมื่ออายุ 16 ปี และได้รับการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงเป็นเวลาถึง 4 ปีเต็ม มีนาคม 2003 ออกอัลบั้มชุดแรก Just Listen ที่ประเทศเกาหลี และประเทศต่างๆในแถบภูมิภาค เอเชีย พฤศจิกายน 2003เดินทางโปรโมทอัลบั้ม Just Listen ที่ประเทศฮ่องกง ไต้หวัน ไทย และจีน ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล MTV Asia Awards 2004 ประเภท "Favorite Artist Korea" 7 กรกฎาคม 2004 ออกอัลบั้มชุดที่สอง Must Listen พฤศจิกายน 2004ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล MTV Asia Awards 2005 สาขา "Favorite Artist Korea "เป็นปีที่สองติดต่อกัน ธันวาคม 2004ออก Digital Single เพลง Crazy ซึ่งได้รับการดาวน์โหลดถึง 290,000 ครั้ง 23 กุมภาพันธ์ 2005ออกซิงเกิลแรก "Hikari" ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีทั้งหมด 3 เพลง 18 พฤษภาคม 2005ออกซิงเกิลที่ 2 "Style" ที่ประเทศญี่ปุ่น 7 กรกฏาคม 2005ออกอัลบั้มภาษาญี่ปุ่น ที่ประเทศญี่ปุ่นผลงานการแสดงละครโทรทัศน์ ปี 2007Prince Hours (Goong S) รักวุ่นวายของเจ้าชายส้มหล่นจำนวน 20 ตอนออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ MBC ประเทศเกาหลีใต้วันที่ออกอากาศ 10 มกราคม - 15 มีนาคม 2550 วันและเวลา ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 21.55 น.พรีเซนเตอร์สินค้า มีนาคม 2003เซ็นสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทเสื้อผ้าชั้นนำของเกาหลี "NIX" เซ็นสัญญาการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับผลิตภัณท์เปลี่ยนสีผม " Dong -A Manufacturer " เมษายน 2003เซ็นสัญญาการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับรองเท้าล้อเลื่อน "Heelys" พฤษภาคม 2003เซ็นสัญญาการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับโทรศัพท์มือถือ "Samsung" รุ่น Anycall เซ็นสัญญาการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับไอศครีม "Baskin Robbins 31" กรกฎาคม 2003 เซ็นสัญญาการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับบริษัท SK เครื่องแบบนักศึกษา " Smart " กันยายน 2003 เซ็นสัญญาการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทเสื้อผ้าชั้นนำของเกาหลี "U.G.I.Z" มูลค่า 1000 ล้านวอน (ประมาณ 37 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นมูลค่าค่าตัวที่สูงที่สุดของประเทศเกาหลี ปี 2004>> เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับโทรศัพท์มือถือ "Samsung" รุ่น Anycall >> เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับนำอัดลม "Coca Cola">> เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทเสื้อผ้าชั้นนำของเกาหลี "U.G.I.Z & Crux">> เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับร้านสะดวกซื้อ "7 Eleven" ปี 2005เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับเครือข่ายโทรคมนาคม LG Telecom เช่นเดียวกับดาราซุปเปอร์สตาร์เกาหลีอย่าง เบ ยองจุน และ จอนจีฮุน และได้รับค่าตัวมูลค่า 600 ล้านวอน (ประมาณเกือบ 23 ล้านบาท)
:+: เรื่องราวความเป็นมาของ เซเว่น SE7EN :+:
Album : Just Listen จากศิลปินดาวรุ่งที่ร้อนแรงและประสพความสำเร็จในชั่วข้ามคืนของเกาหลเมื่อแรกเปิดตัวเพลงในปี 2003 ถึงวันนี้ เซเว่น Se7en ก้าวขึ้นสูทำเนียบศิลปินซุปเปอร์สตาร์อย่างเต็มตัวด้วยความสามารถและความโดดเด่นของ ผลงานอย่างแท้จริง อัลบั้มแรก Just Listen ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นในบ้านเกิดตัวเองและประเทศไทย โดยเฉพาะเพลงยอดฮิตอย่าง Come Back to Me ที่กลายเป็นเพลงเอเซี่ยนป๊อบที่ได้รับการเปิดทางสถานีวิทยุในประเทศไทยมากที่สุดของปี 2003 และนับเป็นศิลปินเกาหลีคนแรกที่สามารถปักธงแนวดนตรีไปอยางเบ็ดเสร็จแล้ว และกำลังจะก้าวข้ามไปสู่อุตสาหกรรมเพลงระดับเอเซียน นั่นคือตลาดเพลงญี่ปุ่นซึ่งถือว่าใหญ่เป็นอันดับสองของโลก โดยมีกำหนดออกอับลั้มในช่วงเดือนพฤษภาคนนี้ จากเด็กน้อยที่รักการเต้นเป็นชีวิตจิตใจและเปี่ยมด้วยพรสวรรค์ทางด้านนี้นับแต่เยาว์วัย เมื่ออายุได้เพียง 4 ขวบ ก็สามารถเต้นตามท่าเต้นของวง "Taji Boys" วงที่ถือได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์บทหนึ่งของวงการเพลงป๊อบของเกาหลี และมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อเด็กรุ่นหลัง บริษัทแผ่นเสียงต้นสังกัดของ เซเว่น Se7en ในปัจจุบันนั่นเอง ใครเลยจะคิดว่าในที่สุด เด็กผู้ชายคนนี้ก็ได้เดินตามรอยเส้นทางของคนที่ตัวเองเคยถือเป็นแบบอย่างมาแต่เล็ก ปี 1999 เมื่อ เซเว่น Se7en อายุได้ 16 ปี ขณะที่ยังเรียนอยู่ชั้นเกรด 9 สิ่งที่เขาใฝ่ฝันและมุ่งมั่น มาแต่เด็กก็เป็นจริง คือทาง YG Entertainment ซึ่งเป็นบริษัทแผ่นเสียงที่ได้ชื่อว่ามีมาตรฐานสูงมากในการคิดเลือกศิลปินเข้าสู่สังกัด ได้ตกลงเซ็นสัญญากับ Se7en สำหรับการเป็นศิลปินในสังกัด YG Entertainment นั้นได้ชื่อว่าเป็นยักษ์ใหญ่ด้านดนตรี Black Music ของเกาหลี ซึ่งบุกเบิกแนวดนตรีฮิบฮอพมาตั้งแต่ปี 1996 นับแต่ดนตรีแนวนี้ยังไม่กลายเป็นดนตรีในแนวกระแสหลักในเกาหลีเลยด้วยซ้ำและยังมียอดจำหน่ายที่น้อยมาก และได้ขยายฐานไปสู่ดนตรี Black Music แนวอื่นๆ ในเวลาต่อมา ได้สร้างศิลปินชั้นนำระดับคุณภาพของวงการเพลงเกาหลีไว้อย่างมากมาย และปัจจุบันได้ก้าวขึ้นสู่ความเป็นอันดับหนึ่งของวงการเพลงเกาหลี สำหรับ เซเว่น Se7en นั้น หลังจากที่ได้เข้าสังกัดแล้ว เขาได้ถูกเคี่ยวกรำและฝึกฝนอย่างหนักทั้งการร้องเพลงและการเต้น เป็นเวลาถึง 4 ปี กว่าที่จะได้ออกอัลบั้มชุดแรก คือ Just Listen ที่ออกวางจำหน่ายที่เกาหลีเมื่อเดือน มีนาคม 2003 และสามารถสั่นสะเทือนวงการเพลงได้ในทันที โดยซิงเกิลแรก "Come Back to Me" สามารถยึดครองชาร์ทเพลงที่มีอยู่แทนทั้งหมดของเกาหลี โดยเฉพาะการครองอันดับหนึ่งถึง 5 สัปดาห์ติดต่อกัน ภายในเวลาสองเดือนของการจัดอันดับเพลงป๊อบที่ได้รับความนิยมสูงสุดของเกาหลี คือ รายการ "MBC Music Camp" ของสถานีโทรทัศน์ MBC รวมทั้งอันดับเพลงของรายการโทรทัศน์ SBS และ KBS ด้วย นอกเหนือไปจากอัลบั้มคุณภาพที่คัดสรรทีมทำงานเบื้องหลังชั้นเยี่ยมในแต่ละด้าน โดยเฉพาะฝีมือการโปรดิวซ์ของประธานกรรมการบริหาร Yan Hyun Suk ที่ลงมาดูแลในส่วนนี้เองร่วมกับ Perry ความโดดเด่นในเรื่องการแสดงของ เซเว่น Se7en นั้นยังเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว และเป็นสิ่งที่ทำให้เขาประสพความสำเร็จภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ผู้ชมที่เคยชมการแสดงสดของ เซเว่น Se7en ต่างประทับใจในน้ำเสียงอันดีเยี่ยมและลีลาการแสดงบนเวทีอันเร้าใจและยอดเยี่ยมของเขา อันเป็นผลพวงมากจากการถูกฝึกฝนมาอย่างหนักนั่นเอง เซเว่น Se7en เป็นนักร้องที่ไม่เคยแสดงลิปส์ซิงค์เลยก็ว่าได้ เพราะถือเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับการแสดงของเขา ความร้อนแรงของ เซเว่น Se7en ก่อนให้เกิดอาการคลั่งไคล้ชนิดที่เรียกว่า "Se7en Syndrome" จากบรรดาวัยรุ่นไปจนถึงแม้กระทั่งวัย 30 กว่าของเกาหลีเลยทีเดียว เขาส่งอิทธิพลไปถึงการเป็นผู้นำแฟชั่นของวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า หรือ ทรงผม รองเท้าล้อเลื่อน "Heelys" ที่เขาเป็นพรีเซนเตอร์และใส่แสดงใน มิวสิควิดีโอ Come Back to Me นั้นได้รับความนิยมในบรรดาวัยรุ่นเป็นอย่างมาก รวมถึงหมวกแค๊บสไตล์ที่เขาใส่ก็กลายเป็นแฟชั่นยอดนิยมของฤดูร้อนที่ผ่านมาและล่าสุดมีแฟนคลับ "Lucky Se7en" ทางอินเเตอร์เนทจำนวน มหาศาลถึง 260,000 คน ทุกที่ที่เขาไปปรากฏกายจะก่อให้เกิดภาวะโกลาหล จนบางครั้งถึงขั้นทำให้การจราจรติดขัดไปเลยทีเดียว และควบคู่ไปกับการเป็นศิลปินดาวรุ่งที่ร้อนแรงแห่งปี เซเว่น Se7en ยังคงเป็นนายแบบชั้นแนวหน้าที่มีแต่คนเรียกหา เขาเป็นพรีเซนเตอร์ของสินค้าชั้นนำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม รองเท้า โทรศัพท์มือถือ ไอศกรีม ชุดนักเรียน และล่าสุดเมื่อกันยายาน 2003 ได้เซ็นสัญญากับบริษัทเสื้อผ้า U.G.I.Z. ที่มีมูลค่าถึง 1 พันล้านวอน (ประมาณ 37 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นค่าตัวที่สูงที่สุดของประเทศเกาลหี นอกจากนี้ยังได้ออก Photo Book ของตัวเองที่ชื่อ Enter Code # 7 ด้วย ซึ่งถือเป็นหนังสือรวมภาพศิลปินที่มียอดจำหน่ายดีมาก เดือน พฤศจิกายน 2003 เซเว่น Se7en ได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งในผู้เข้าชิงรางวัล MTV Asia Awards 2004 ประเภท Favourite Artist Korea เช่นเดียวกับเพื่อนรุ่นพี่ร่วมค่ายศิลปินเดียวกัน คือ Wheesung ซึ่งได้ร่วมร้องในเพลง Luz Control ในอัลบั้มชุดนี้ด้วย
Album : Must Listen 7 กรกฏาคม 2004 เซเว่น Se7en ตอกย้ำเส้นทางศิลปินซุปเปอร์สตาร์ ด้วยอัลบั้มชุดที่สอง คือ Must Listen ที่เด่นชัดถึงพัฒนาการทางดนตรีที่เติบโตขึ้น อัลบั้มชุดนี้จึงเปี่ยมไปด้วยเพลงคุณภาพอย่างหลากหลายและเข้มข้นทั้งแนวป๊อบ ฮิบฮอบ อาร์แอนด์บี ตามมาตรฐานขั้นสูงของต้นสังกัด และนั่นหมายถึงภาพลักษณ์ของ เซเว่น Se7en เองที่เปลี่ยนไปด้วยอย่างสิ้นเชิงจากอัลบั้มชุดแรก จากภาพน่ารักแบบใสๆ ของหนุ่มน้อยได้เปลี่ยนสู่ความเท่ นำสมัย อย่างเต็มตัวและดูเป็นหนุ่มมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตของแนวเพลงในอัลบั้มด้วย ทว่าไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเช่นใด คุณภาพของงานดนตรีและความเต็มที่ของศิลปินเมื่อทุกครั้งที่ยืนอยู่บนเวทียังคงเป็นสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง และนั่นส่งผลให้อัลบั้ม Must Listen ยังคงความร้อนแรงในเกาหลีด้วยความแรงของซิงเกิลอย่าง Passion และ Tattoo ที่ยึดครองอันดับหนึ่งทุกชาร์ทเพลงเกาหลีและอันดับของของยอดขายมาแล้ว ซิงเกิลแรก Passion นั้นทางต้นสังกัดได้ระดมมือแต่งเพลงระดับพระกาฬของค่ายอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Teddy ผู้ที่ถือเป็น มันสมองของวง 1 TYM วงฮิบฮอบ-แร๊พยอดนิยมของเกาหลี รวมทั้ง Perry ผู้มีส่วนร่วมเสมอนเบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินของค่ายและรวมถึงอัลบั้ม Just Listen ด้วย และอีกคนหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ Yang Min Suk ผู้บริหารระดับสูงและผู้ก่อนตั้งค่ายนั่นเอง เพลง Passion จึงเปี่ยมไปด้วยพลังและความสดเร้าใจสมกับเป็นเพลงเปิดอัลบั้มอย่างแท้จริง และสามารถครองอันดับหนึ่งของการจัดอันดับเพลงของสถานทีโทรทัศน์ยักษณ์ใหญ่อย่าง MBC Music Camp (นานสองสัปดาห์) และ SBS Ingigayao (นานสองสัปดาห์) นอกจากนั้นบรรดานักเต้นทั้งหมดนั้นยังใช้ทีมนักเต้นของศิลปินระดับโลกอย่าง Justin Timberlake อีกด้วย ซิงเกิลสอง Tattoo เพลงบัลลาดที่ความไพเราะไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่า Come Back to Me แม้แต่น้อย ซิงเกิลนั้นทั้งตัวเพลงและมิวสิควิดีโอสร้างความฮือฮาแก่บรรดาแฟนเพลงเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นภาพลักษณ์แบบหล่อเนี๊ยบที่ฉีกไปสิ้นเชิงจากเพลง Passion และความสวยงามของตัวมิวสิควิดีโอ และจากผลการสำรวจจากหน้าเว็บไซต์ Tattoo ได้รับการเลือกให้เป็นเพลงยอดนิยมของบรรดาแฟนเพลงเลยทีเดียว อัลบั้ม Must Listen ยังคงยืนยันถึงคุณภาพและความนิยมที่แฟนเพลงมีต่อผลงานเพลงของเขา ด้วยการได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล MTV Award 2005 ในสาขา "ศิลปินยอดนิยมของเกาหลี" (Favourite Artist Korea) เป็นปีที่สองติดต่อกันอีกด้วย หลังจากที่อัลบั้ม Must Listen วางจำหน่าย ในปีเดียวกันนั้น เซเว่น Se7en ยังคงสร้างปรากฏการ์ณแก่วงการเพลง และวงการนิวมีเดียของเกาหลีเป็นคัร้งแรก ด้วยการทดลองออก Digital Single เพลง "Crazy" ซึ่งไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในอัลบั้ม และผลที่ออกมาคือจำนวนยอดดาวน์โหลดอย่างถล่มทลาย คือ ยอดดาวน์โหลดสูงถึง 200,000 ครั้งภายในเวลา 2 อาทิตย์ และมียอดล่าสุดอยู่ที่ 290,000 ครั้ง โดยภาพลักษณ์ของ เซเว่น Se7en ที่ปรากฏใน มิวสิควิดีโอเพลง Crazy นั้นนับว่าได้ฉีกไปจากที่เคยเห็นกัน นอกจากนั้นบรรดานักเต้นทั้งหมดนั้นยังใช้ทีมนักเต้นของศิลปินระดับโลกอย่าง Usher อีกด้วย ถึงจนวันนี้ เซเว่น Se7en ยังคงเป็นศิลปินเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากสินค้าชั้นนำ ทั้งระดับโลกและระดับประเทศที่ต้องการให้เขาเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าให้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือของซัมซุง รุ่น Anycall และเสื้อผ้าชั้นนำของเกาหลีอย่าง U.G.I.Z & Crux น้ำอัดลม Coca Cola และร้านสะดวกซื้อ Seven-11 ด้วย ด้วยความสามารถและภาพลักษณ์อันโดดเด่นของ เซเว่น Se7en ที่เข้าตามทางบริษัทแผ่นเสียง Unlimited Group Japan ซึ่งเป็นต้นสังกัดของศิลปิน Glay วงเจร็อคอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น นับแต่ครั้งแรกที่ เซเว่น Se7en ออกอัลบั้มชุดแรก และเล็งเห็นว่า เซเว่น Se7en นั้น มีศักยภาพมากเพียงพอที่จะเปิดตลาดเพลงญี่ปุ่นได้ ซึ่งโครงการนี้ได้เริ่มขึ้นนับแต่ปีนั้นในการเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวในญีปุ่น นอกจาก เซเว่น Se7en จะฝึกฝนและพัฒนาทั้งการร้องและการเต้นเพิ่มเติมอย่งหนักหน่วงแล้ว เขายังต้องเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน เพราะจะต้องร้องเพลงเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วย โดยซิงเกิลแรกที่ออกวางจำหน่ายในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น มีชื่อว่า Hikari (แปลว่า แสงสว่าง) ส่วนอัลบั้มเต็มนั้น มีกำหนดออกวางจำหน่ายในวันที่ 7 กรกฏาคม ปีนี้ สำหรับประเทศไทยนั้นอัลับั้ม Must Liten มีกำหนดออกวางจำหน่ายในวันที่ 7 เมษายน 2005 โดย Se7en
:+: ผลงานเพลง เซเว่น SE7EN :+:
2nd Album : Must Listen ! Release : 7 July 2004 Tracking Lists1. Passion2.[ Greed ] 3. Honey I know4. 2Nite5. [ Two steps ] Feat.Perry6. Tattoo7. Se7eN’s Love8. Interlude - I just know 9. เพลงเกาหลี 10.[ Pride] - Feat.Masta Wu11.Wishy Washy12.Christmas with you13.[ What I don't wanna hear ] 14.You’re my everything15.Real love story - Feat.Wheesung & Taebin16. Tattoo [ English Version ]
Tracking Lists1. Hikari2. Chiri Boshi3. Crazy
Digital single - Crazy Release : 1 December 2004Tracking Lists1. Crazy
ข้อมูลจาก : jkdramas.com/se7enthailand.com