|
เกว็น สเตฟานี่ Gwen Stefani :+: Profile เกว็น สเตฟานี่ Gwen Stefani :+:  | เกว็น รีนี สเตฟานี่ Gwen Renee Stefani เกิดเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 1969 ที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เธอมีพี่น้องทั้งหมด 4 คน พี่สาวคือ จิล และพี่ชาย 2 คนคือ อีริคและ ทอดด์ เกว็นได้เข้าร่วมทีมว่ายน้ำของโรงเรียนเมื่อตอนอยู่มัธยมปลาย
เกว็นได้ตั้งวงดนตรี No Doubt กับอีริค เมื่อตอนวัยรุ่น และเธอได้เปลี่ยนจากการร้องประสานมีเป็นนักร้องนำ เมื่อนักร้องนำคนเดิม จอห์น สเปนส์ ได้ฆ่าตัวตาย
เกว็นเริ่มออกเดทกับเพื่อนร่วมวง โทนี่ คาเนล อยู่ 8 ปี ก่อนที่จะตัดสินใจแต่งงานกับร็อคเกอร์ชาวอังกฤษ เควิน รอสส์เดล เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2002 ที่ลอนดอน ซึ่งก็มีดาราดังมาร่วมงานมากมาย เช่น นิคกี้ ฮิลตัน, ปารีส ฮิลตัน , คาเมน อีเล็กตร้า และฮัลลี่ เบอร์รี่
เกว็นเคยได้รับรางวัลดาราหญิงที่แต่งตัวดีในปี ค.ศ. 2005 ของ Harpers & Queen เธอต้องเป็นแม่เลี้ยงให้กับลูกสาวอายุ 16 ของเควิน เดซี่ โลเว้ เกว็นและเควินได้จัดสรรเวลาอย่างดีในการใช้ชีวิตที่บ้านในลอนดอน |
:+: คอนเสิร์ต Singha Taste of Music presents Gwen Stefani Sweet Escape 2007 Live in Bangkok :+: 
เป็นข่าวดีสำหรับแฟนเพลงชาวไทยเมื่อบีอีซี เทโร เตรียมเปิดคอนเสิร์ตของ "เกว็น สเตฟานี่ Gwen Stefani" สาวมากความสามารถที่มาพร้อมพลังทางด้านดนตรีและผู้นำเทรนด์ทางด้านแฟชั่น ผู้เคยประสบความสำเร็จในฐานะนักร้องนำ No Doubt วงสกาพังค์ร็อคชื่อดัง จนกระทั่งแยกเดี่ยวออกผลงานของตัวเองมาแล้วถึง 2 อัลบั้มจนเป็นที่ถูกใจคอเพลงทั่วโลก ที่เธอเลือกประเทศไทยให้เป็น1 ในประเทศแถบเอเชียเปิดการแสดงคอนเสิร์ตเวิล์ดทัวร์ครั้งสำคัญกับคอนเสิร์ตที่มีชื่อว่า “ สิงห์ เทสต์ ออฟ มิวสิค พรีเซ้นท์ส เกว็น สเตฟานี่ สวีท เอสเคป 2007 ไลฟ์ อิน แบ็งคอค” (Singha Taste of Music presents Gwen Stefani Sweet Escape 2007 Live in Bangkok) ในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ ที่อิมแพค อารีน่า เมืองทอง ธานี หากพูดถึงสาว เกว็น สเตฟานี่ Gwen Stefani เรียกได้ว่าคอเพลงร็อก ฮิปฮอป อาร์แอนด์บี น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเธอคนนี้ สาวสวยผมบลอนด์ที่สามารถผสานงานดนตรีที่หลากหลายให้ลงตัวจนอัลบั้มเดี่ยวของเธอประสบความสำเร็จถึงขั้นได้รับรางวัลแพลตินัมมาแล้ว โดยเมื่อปี 2547 เกว็น สเตฟานี่ Gwen Stefani อดีตนักร้องนำของวง No Doubt เจ้าของรางวัล Grammy มากมาย ทำให้ทุกคนต้องตะลึงกับผลงานการสร้างสรรค์อัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของตัวเองอย่าง Love. Angel. Music. Baby ซึ่งครั้งนั้นทำยอดขายได้กว่า 7 ล้านแผ่นทั่วโลก เฉพาะแค่ในอเมริกาประเทศเดียวสามารถขายได้ถึง 3.8 ล้านแผ่น โดยเพลงดังจากอัลบั้มนี้อย่าง Hollaback Girl ยังสามารถไต่ขึ้นอันดับ 1 ติดกันถึง 4 สัปดาห์ซ้อนบนชาร์ท 100 ของ Billboard ซึ่งความสำเร็จที่ได้รับจากอัลบั้มแรกนี้เองได้สร้างแรงกดดันให้กับการทำอัลบั้มชุดที่ 2 ที่เธอวางเป้าหมายเอาไว้ว่าจะต้องออกมาดีและตอบสนองความต้องการของแฟนเพลงที่รอคอยผลงานของเธออย่างดีที่สุด จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว อัลบั้มที่ 2 The Sweet Escape ก็คลอดออกมาและประสบความสำเร็จไม่แพ้อัลบั้มแรก ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากนักฟังเพลง โดยอัลบั้มนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการนำแนวเพลงต่างๆมาผสมผสานได้อย่างลงตัว นอกจากนั้นความพิเศษของอัลบั้มนี้คือการได้ร่วมงานกับศิลปินระดับแนวหน้าของโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น The Neptunes (Pharrell), Tony Kanal จาก No Doubt, Akon, Swizz Beats, Sean Garrett และ Tim Rice-Oxley จาก Keane เพลงเปิดตัวของอัลบั้มนี้อย่าง Wind It Up ที่โปรดิวซ์โดย The Neptunes ได้นำไปรีมิกซ์อย่างลงตัวกับสุดยอดเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Sound Of Music ซึ่งเป็นหนังเรื่องโปรดที่สร้างแรงบันดาลใจให้เธอมาตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งการได้นำเอาเพลงนี้มาทำใหม่และบรรจุอยู่ในอัลบั้มของเธอเองนั้นคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ และที่ยอดเยี่ยมไปกว่านั้นคือการได้กลับไปร่วมงานกับ Pharrell - The Neptunes อีกครั้ง
เพลงเด็ดอีกเพลงของอัลบั้มนี้คือ The Sweet Escape ซึ่งเป็นการร่วมงานกับ Akon หนึ่งในโปรดิวเซอร์ที่ร้อนแรงที่สุดแห่งยุค เกว็น สเตฟานี่ Gwen Stefani กล่าวว่า เพลงนี้เยี่ยมมากเป็นจังหวะที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ร้องในอัลบั้มของตัวเอง เกว็น สเตฟานี่ Gwen Stefani เล่าเกี่ยวกับการได้ร่วมงานกับ Akon ว่าในตอนแรกเกือบล้มเลิกแผนการที่จะทำงานกับเขาเพราะรู้สึกเหนื่อยมากหลังจากที่เธอมีลูก แต่ Jimmy โทรไปพูดกับเธอว่าถ้าเลิกโครงการนี้ไปเหมือนกับเลิกทุกสิ่งในชีวิต ซึ่งในที่สุดเธอก็ได้ตอบตกลงที่จะร่วมงานกับ Akon ซึ่งหลังจากคุยกันได้ 5 นาที ทั้งคู่ก็ลงมือเขียนเนื้อเพลงโดย เกว็น สเตฟานี่ Gwen Stefani กล่าวว่าดนตรีของ Akon เป็นสิ่งที่ยอดมาก ตอนแรกเธอคิดว่าเพลงของเขาอาจไม่เหมาะกับตัวเธอ แต่พอเธอได้ฟังแล้ว เธอต้องเปลี่ยนความคิด เนื่องจากเธอได้หลงรักเพลงนี้ทันทีที่ได้ฟัง นอกจากนี้ เกว็น สเตฟานี่ Gwen Stefani ยังได้ร่วมงานกับ Tim Rice-Oxley จากวง Keane โดยทั้งคู่ยังได้แต่งเพลง Early Winter ขึ้นมาด้วย ซึ่งจริงๆแล้วGwenอยากร่วมงานกับเขามาตั้งแต่สมัยทำอัลบั้มแรก ( Love. Angel. Music. Baby.) แต่เธอยอมรับว่าสไตล์ยังไม่เหมาะกับเนื้อหาของอัลบั้มนั้น แต่สำหรับอัลบั้มนี้เธออยากจะมีเพลงช้าสักเพลงที่เต็มไปด้วยอารมณ์แบบ Eyes Without a Face ของ Billy Idol , เพลง Killing Me Softly หรือเพลง Time After Time ของ Cyndi Lauper ทำให้เธอกลับไปติดต่อกับ Tim อีกครั้ง ซึ่งเขาเองก็ไม่เคยเขียนให้ใครนอกจากวง Keane และนั่นยิ่งทำให้เพลงนี้ดูพิเศษขึ้นไปอีก เพลง 4 A.M. เป็นเพลงที่ทำให้ เกว็น สเตฟานี่ Gwen Stefani ได้กลับมาทำเพลงในแบบที่คุ้นเคย โดยเธอได้ร่วมงานกับมือเบสของวง No Doubt อย่าง Tony Kanal เพลงนี้แต่งขึ้นหลังจากที่ เกว็น สเตฟานี่ Gwen Stefani เสร็จสิ้นการทัวร์และรู้สึกอยากกลับมาทำเพลงกับคนที่คุ้นเคยอีกครั้ง ซึ่งในขณะที่ทำเพลงนี้เธอเองก็กำลังมีความสุขอยู่กับการตั้งครรภ์ลูกคนแรก ความสำเร็จทางการงาน, ชีวิตแต่งงาน, การเป็นแม่คน การฟังเพลง The Sweet Escape จะทำให้เราได้ยินเสียงของนักร้องและผู้หญิงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความรักที่รายรอบตัวเธอทั้งตอนที่อยู่บนเวทีหรือนอกเวที ไม่แปลกเลยที่ The Sweet Escape จะถูกอุทิศให้กับงานสร้างสรรค์ที่ดีที่สุดของ Gwen คือ Kingston ลูกชายของเธอนั่นเอง “ฉันหวังว่าเมื่อเขาโตขึ้นแล้วมองย้อนกลับไป เขาได้รู้ว่าเขาสำคัญกับฉันมากแค่ไหน เขาคือสิ่งที่มีค่าที่สุด” The Sweet Escape สายสัมพันธ์อันลึกซึ้งและพลังจากความสุข จากเพลงที่มีจังหวะแบบรัวๆไปจนถึงเพลงช้าจังหวะเบาๆ, อัลบั้มนี้ทำให้ เกว็น สเตฟานี่ Gwen Stefani ได้พบกับที่ๆสวยงามที่เธออยากจะแบ่งปันกับทุกคน "คุณทุ่มเทในการทำเพลงอย่างมาก แล้วผลที่ได้ออกมาก็ช่างเร้าอารมณ์ สำหรับฉันมันเป็นส่วนที่ยากที่สุดในการทำงาน แต่มันก็เป็นเชื้อไฟในการทำงานเพราะว่ามันเต็มไปด้วยความรู้สึก เมื่อคุณทำงานทุกอย่างเสร็จ คุณก็ชื่นชมมัน และเอามันออกไปโชว์ให้ทุกคนได้เห็น มันเป็นแค่การแสดงตัวตนของคุณ มันเป็นการแสดงออกสิ่งที่คุณเป็นโดยไม่ต้องใช้คำพูด ใช้เพียงแค่ดนตรีเท่านั้น"
:+: ภาพประกอบ เกว็น สเตฟานี่ GwenStefani :+: 


ข้อมูลจาก : gwenstefani.com/nangdee.com/manager.co.th
|