คริสติน่า อากีเลร่า (Christina Aguilera หรือชื่อเต็ม Christina Maria Aguilera) เกิดเมื่อ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1980 เป็นนักร้อง/นักแต่งเพลง แนวป็อบชาวอเมริกัน คริสติน่า เป็นศิลปินสาวลูกครึ่งไอริช-เอกวาดอร์ ตอนอายุ 8 ขวบเธอมีโอกาสไปออกรายการทีวี Star Search พอ 12 ขวบ คริสติน่า อากีเลร่า ได้เป็นสมาชิกสโมสรมิกกี้ เม้าส์ ที่นำร่องมาก่อนหน้านี้ 3 คนคือ 2 หนุ่มจาก 'N Sync จัสติน ทิมเบอร์เลค และ เจซี เชสเซอร์) และ บริทนีย์ สเปียร์ส
คริสติน่า ประสบความสำเร็จในวงการดนตรีครั้งแรกในญี่ปุ่นตอนอายุ 14 กับเพลง All I Wanna Do ที่เธอร้องคู่กับ เคอิโสะ นากานิ ปี 1997 คริสติน่า ได้ร้องเพลง Reflection ประกอบภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง Mulan ปี 1999 ได้ออกอัลบั้มชุดแรก ชื่อชุด "Christina Aguilera" เพลง Genie In A Bottle ขึ้นไปครองอันดับ 1 ในอเมริกาถึง 5 สัปดาห์ ในเดือนกรกฎาคม อัลบั้ม Christina Aguilera ออกขายตามมาในเดือน และตัวอัลบั้มขึ้นถึงอันดับ 1 ในอเมริกาด้วยยอดขายอัลบั้มอีกกว่า 8 ล้านแผ่นเฉพาะที่อเมริกา นอกจากนี้อัลบั้มชุดนี้ยังมีเพลงฮิต อันดับ 1 อีก 2 เพลงคือ "What a Girl Wants" และ "Come on Over Baby (All I Want Is You)" และยังมีเพลงดังอย่าง I Turn To You ที่เป็นผลงานการแต่งเพลงของ Diane Warren
คริสติน่า ออกอัลบั้มภาษาสเปน Mi Reflejo ออกมาในเดือนกันยายนปี 2000 มกราคม 2001 เพลง Nobody Wants To Be Lonely ที่ คริสติน่า ร้องคู่กับ ริคกี้ มาร์ติน ออกวางขายเป็นซิงเกิ้ล ปี 2001 ตัวเธอ ร่วมกับ Lil' Kim, Mya, และ P!nk คัฟเวอร์เพลงเก่าของ Patti LaBelle ในปี 1975 เพลง "Lady Marmalade" ประกอบภาพยนตร์เรื่อง Moulin Rouge! เพลงนี้ขึ้นอันดับ 1 ในอเมริกาและได้รับรางวัลแกรมมี่สาขา "Best Pop Collaboration with Vocals"
ปี 2002 เธอได้ออกอัลบั้มที่ 2 "Stripped" ซิงเกิ้ลแรก "Dirrty" ถูกแบนในประเทศไทยเพราะมีข้อความพูดถึงการท่องเที่ยวทางเพศของประเทศไทย แต่ประสบความสำเร็จอย่างมากจนขึ้นอันดับ 1 ในอังกฤษ ใน Stripped อัลบั้มชุดที่ 2 โปรดิวซ์และร่วมแต่งเพลงโดย ลินดา เพอร์รี่ อดีต Four Non Blondes ร่วมแต่งเพลง Beautiful เพลงนี้ยังได้รับรางวัลแกรมมี่สาขา Best Female Pop Vocal Performance Stripped ติดอันดับที่ 2 ในสัปดาห์แรกด้วยยอดขาย 330,000 แผ่น
คริสติน่า ได้ร้องเพลงประกอบหนังเรื่อง Shark Tale เพลง "Car Wash" (ร่วมร้องโดย Missy Elliott) นอกจากนั้นเธอยังได้ร่วมงานกับเนลลี่ เพลง "Tilt Ya Head Back"อัลบั้มที่ 3 ‘Back To Basics’ ถือเป็นการคารวะต่อดนตรีวินเทจแจ๊ซ โซล และบลูส์จากทศวรรษที่ 1920’s - 1940’s ที่มีอิทธิพลแห่งความเป็นตัวตนของคริสติน่า ‘Back To Basics’ เป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งระหว่างคริสติน่าและโปรดิวเซอร์ Linda Perry และโปรดิวเซอร์ชื่อดังอีกหลายราย เช่น DJ Premier, Mark Ronson, Big Tank และ Kwame มิวสิกวิดีโอเพลง ‘Ain’t No Other Man’ กำกับโดยผู้กำกับมิวสิกวิดีโอชื่อดัง Bryan Barber ขึ้นชาร์ทในอังกฤษถึงอันดับ 2 ในอเมริกาหยุดอยู่ที่อันดับ 6 กุมภาพันธ์ 2007 คริสติน่าได้รับรางวัลแกรมมี่สาขาศิลปินป็อปฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม
<< ผลงานอัลบั้ม คริสติน่า อากีเลร่า Christina Aguilera >>
 คริสติน่า อากีเลร่า Christina Aguilera ปี (1999) |  คริสติน่า อากีเลร่า Christina Aguilera Stripped - ปี (2002) |  คริสติน่า อากีเลร่า Christina Aguilera Back to Basics - ปี (2006) |
<< ผลงานอัลบั้มอื่น ๆ คริสติน่า อากีเลร่า Christina Aguilera >>
1. Mi Reflejo (ภาษาสเปน) (ปี 2000)
2. My Kind of Christmas (ปี 2000)
3. Just Be Free (ปี 2001)
<< คอนเสิร์ต คริสติน่า อากีเลร่า Christina Aguilera - Back To Basic Tour Live in Bangkok 2007 >>
คอนเสิร์ตครั้งแรกในไทยของนักร้องสาวสวย "คริสติน่า อากีเลร่า" (Christina Aguilera) กับ "Back To Basic Tour Live in Bangkok 2007" ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี ได้ผ่านพ้นไปแล้วชนิดทำเอาคนดูต้องทั้งทึ่งและประทับใจกับทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นลีลาการร้องอันทรงพลังเสียง การแสดง ท่าเต้น เสื้อผ้า และการตกแต่งบนเวที จนเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงในวันนั้นผ่านไปไวเหมือนกับโกหก
เริ่มงานกันด้วยวิดีโอเปิดตัวนักร้อง ก่อนจะเข้าบทเพลงแรก "Ain't No Other Man" ที่ คริสติน่า อากีเลร่า มาในชุดสูทและหมวกสีขาวล้วนเข้ากับผมสีบลอนด์ทองของเธอ ก่อนที่บทเพลงต่อไป "Back in the Day" ซึ่งทั้งหมวกและเสื้อคลุมถูกถอดออกไปแล้วกลายเป็นเสื้อแขนกุดสีขาว อีกทั้ง คริสติน่า ยังพูดขอบคุณคนไทยทุกคนที่มาเพื่อที่จะใช้เวลาในค่ำคืนนี้กับเธอด้วย จากนั้นจึงเป็น "Understand" "Come On Over Baby" ในแบบแจ๊ส และ "Slow Down Baby"
ถัดมากับ "Still Dirrty" ซึ่งนักร้องคนสวยบอกว่าเพลงนี้ขอมอบให้สาวๆ โดยเฉพาะ เพื่อให้ทุกคนได้แสดงตัวตนที่เข้มแข็งชนิดไม่จำเป็นต้องง้อผู้ชายก็ได้ ต่อมาเพลง "Can't Hold Us Down" ซึ่งจัดฉากเป็นร้านอาหารแบบเม็กซิกัน โดยเจ้าของงานมาในชุดสีแดงสด นั่งร้องเพลงอยู่บนเปียโนที่มีนักดนตรีกำลังบรรเลงดนตรีประกอบเพลงอยู่ จบแล้วจึงเป็นวิดีโอชื่อ "I Got Trouble" ที่ทำเอาคนดูต้องฮือฮากับความเซ็กซี่ของเธอในวิดีโอชุดนี้



จากนั้นจึงเป็นเพลง "Make Me Wanna Pray" และ "What a Girl Wants" ในฉบับดนตรีแบบเรกเก้แปลกหูไปอีกแบบ จบแล้ว คริสติน่า อากีเลร่า ก็ได้พูดกับคนดูว่า ขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่มอบความรักและการสนับสนุนให้กับเธอมาเป็นอย่างดีเรื่อยมาตั้งแต่ผลงานชุดแรก ซึ่งสิ่งที่เธอมุ่งมั่นตั้งใจจะทำนั้น ก็จะไม่มีใครสามารถหยุดยั้งเธอได้ รวมทั้งเพลงต่อไปซึ่งเธอเป็นคนแต่งเอง ขอมอบให้กับคุณแม่ของเธอที่รักและเป็นแรงใจให้เธอตลอดมาเช่นกันอีกด้วย กับเพลง "Oh Mother" โดยเมื่อจบเพลงนี้ก็มีข้อความเป็นประโยคขึ้นบนจอวีทีอาร์ว่า "I Love Mom"
อีกช่วงที่คนดูทั้งฮอลล์ต้องฮือฮากับการแสดงที่เหมือนยกละครสัตว์มาไว้บนเวที โดยเฉพาะเมื่อ คริสติน่า อากีเลร่า ปรากฏกายบนเป้าวงกลมขนาดใหญ่กับเพลง "Enter the Circus / Welcome" เพื่อนำผู้ชมเข้าสู่คณะละครสัตว์ของเธอ ก่อนที่จะเป็นเพลง "Dirrty" ซึ่งเจ้าตัวนั่งร้องเพลงนี้บนม้าหมุนที่นำมาตั้งบนเวทีในลีลาแบบเซ็กซี่เช่นเคย จนมาที่เพลง "Candyman" ที่ทั้งตัวนักร้องและแดนเซอร์เปลี่ยนการแต่งกายมาเป็นแบบกะลาสีเรือบ้าง
ส่วนเพลงช้าซึ้งต่อมา "Hurt" คริสติน่า อากีเลร่าได้สะกดแฟนๆ ให้ต้องนิ่งไปกับพลังเสียงของเธออีกครั้งกับเพลงที่ให้อารมณ์เจ็บปวดเหมือนกับชื่อ มายังอีกเพลงที่จะขาดไปไม่ได้เลยกับ "Lady Marmalade" ที่แค่เสียงดนตรีขึ้นมา ทุกคนในฮอลล์ก็ต้องลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมเต้นไปกับเธอในเพลงดังติดหูกับจังหวะเร้าใจเพลงนี้
ถึงช่วงซึ้งส่งท้ายงาน ซึ่งเริ่มด้วยวิดีโอที่มีบรรดาแฟนเพลงของ คริสติน่า อากีเลร่า ในหลากหลายเชื้อชาติออกมากล่าวคำพูดบอกความในใจน่ารักๆ กับเธอ ซึ่งเจ้าตัวเองก็มีบทเพลงเพื่อมอบให้แฟนๆ กลับไปเช่นกันกับเพลงความหมายดีๆ "Beautiful" ที่คนดูทุกคนต้องร้องตามกันเสียงดัง อีกทั้งเธอยังมีประโยคสำหรับแฟนๆ ชาวไทย ที่เธอบอกเป็นคำพูดภาษาไทยด้วยว่า "ฉันรักคุณแบงค็อก" แล้วจากนั้นจึงมาถึงเพลงดังอีกเพลง "Fighter" เป็นเพลงสุดท้ายก่อนจบงานที่แฟนๆ ของ คริสติน่า ทุกคนต้องประทับใจกันแบบสุดๆ กับคอนเสิร์ตคร้งนี้อย่างแน่นอน
<< ภาพประกอบ คอนเสิร์ต คริสติน่า อากีเลร่า Christina Aguilera - Back To Basic Tour Live in Bangkok 2007 >>









ข้อมูลจาก : th.wikipedia.org/thairssfeed.com/kapook.com